anupap's profileบางทีลองมองหาความสุขรอบๆ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 11 บันทึกความรู้สึก 15 : ความสุขของซาลาเบิมวันสองวันนี้ได้มีโอกาส ใช้ชีวิตแบบช้าๆๆ
และไม่น่าเชื่อว่า มันจะมีพลังมากมายขนาดนี้
...................................................................
เอาหล่ะ
เริ่มจากเมื่อวันก่อนอยากกิน ราดหน้าหมี่กรอบมากๆ
เพราะปรกติกินที่คณะหมี่มันไม่เคยจะกรอบเลย
เลยกะจะไปกินราดหน้าที่แยกเกษตร
จำได้ว่ามันเปิดเย็นๆ
เลยออกไปตอนสี่โมง
ปรากฏว่าเค้าพึ่งจะมาจัดของเตรียมเปิดร้าน
ก็เลยเลยตามเลย รอก็รอ ไม่รีบ
ยืนดูเค้าค่อยๆเตรียมของ
แล้วก็มองไปรอบๆ เห็นเด็กคนนึงวิ่งไปด้านหน้า
เลยพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามันวันเด็กนี่หน่า
พอนึกขึ้นได้ แม่ของเด็กก็เดินตามมา
แม่ของเด็กคนนี้ ขาขาดไปข้างนึง
เด็กคนนั้นยิ้ม หันมาหาแม่พร้อมกับข้าวของเต็มมือ
ผมจึงยิ้ม
ให้กับอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เป็นพลังทำให้เกิดรอยยิ้ม
บนใบหน้าของเด็กคนนี้
บางอย่างซึ่งมาจากผู้หญิงคนนึง
ผมกวาดสายตาไปรอบๆเจอกลุ่มคนชายขอบสามคน
กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่เกาะกลางถนน พื้นที่ใต้สะพาน
ซึ่งเป็นเหมือนลานบ้านของพวกเค้า
ทั้งสามคนคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แม้ปัญหาชีวิตจะมากมายเพียงใด
แต่ทุกคนก็ยังมีรอยยิ้ม
ผมสัมผัสได้ถึงคำว่า สังคม ในที่นี้ไม่ใช่สังคมที่เรารู้จัก
หรือสังคมที่เราพยายามยัดเยียดมันให้พวกเค้า
แต่เป็นคำว่า สังคม ที่มีแต่คำว่า
มิตรภาพ ความเห็นอกเห็นใจ
ในฐานะเพื่อนร่วมโลก อย่างแท้จริง
ผมหยุดยิ้มไม่ได้เลย
ผมมองย้อนกลับมาเจอร้านขายขนมจีนข้างทาง
คุณป้าดูมีความสุขทุกครั้งที่มีคนเดินมาสั่งอาหาร
และจ่ายเงิน ผมเชื่อว่าคนไทยยังไม่ถึงขั้นที่ผู้คนจะขายอาหาร
ด้วยศิลปะและความตั้งใจ
แต่ผมเชื่อว่าอาหารที่เกิดจากการตั้งใจทำเพื่อการมีชีวิตอยู่
นั้นมีพลังอย่างมหาศาล มันคือการดิ้นรนที่น่ายกย่อง
และผมพร้อมจะตรงเข้าไปน้อมรับอาหารแห่งความสุขนั้นมา
อย่างไม่เสียดายเงินเลย
ผมมองไปมองมา จนในที่สุด ราดหน้าก็ผมก็ตั้งร้านเสร็จซักที
เวลาโดยรวม ผมยืนอยู่ตรงนั้น ประมาณสองชั่วโมงได้
เป็นสองชั่วโมงที่สั้น แต่ยาวนาน
เพียงเพราะผมไม่รีบร้อน
ความสุขยังตกค้างมาจนวันนี้
บ่ายวันนี้ผมนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
เพื่อออกมาจากมหาลัย
มีรถอีกคันขนาบข้างมา ท่าทางเป็นวัยรุ่น
ที่อยู่ชุมชนแออัดด้านหลังมหาลัย
ขี่รถหาเงิน คงไม่ได้เรียนโรงเรียนหรือมหาลัย
เค้ามาคุยกับคนขี่รถที่ผมซ้อน
เรื่องเด็ก แล้วก็พ่อของเด็ก
คนขับรถเล่าให้ผมฟังโดยรวมว่า
มีพ่อตามหาลูก ลูกหายตัวไปหลายเดือน
จึงเอาประกาศมาติดตามหาตัวลูก
แล้วชายหนุ่มวัยรุ่นคนเมื่อกี้ก็ไปเจอ
เลยไปบอกพ่อเค้าให้มารับกลับ ให้มารับกลับไปเรียนหนังสือ
คือเด็กคนนั้นหน่ะ ติดเกม เลยหนีออกจากบ้านมา
เล่นแต่เกม อยู่ร้านเกม
ผมฟัง แต่ความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่เด็กและพ่อของเด็ก
ผมรู้สึกดีกับคนขี่มอเตอร์ไซด์สองคนนี้ แม้ดูจากท่าทางแล้ว
เค้าจะไม่มีการศึกษาสูงๆ แต่เค้าก็ยังเป็นห่วงคนอื่น
และเห็นความสำคัญของการศึกษา
ผมขอบคุณข้างในใจ
ขอบคุณจากใจจริงแทนคนอื่นอีกมากมาย
ที่ไม่ได้รู้จักพวกคุณ
ปิดท้ายด้วยก่อนกลับมาถึงบ้าน
ผมหยุดซื้อส้มตำที่หน้าปากซอย
เจอเด็กผู้หญิงคนนึง แต่งตัวเกินวัยมากๆ
แต่งหน้า ทาปาก ย้อมผม เสื้อผ้านี่แบบวัยรุ่นมาก
มารอซื้อข้าวเหนียว กับตับย่าง
เค้าก็คุยกับคนขายส้มตำ
อารมณ์แบบสนิทๆกันอยู่แล้วอ่ะแหละ
ว่าเนี่ย เค้ามาย้อมผม
มาย้อมเป็นสีดำ ก่อนหน้านี้สีทอง
พ่อชอบให้เป็นสีดำมากกว่า
เห็นว่าเป็นวันเด็กก็เลย มาย้อมให้พ่อ
ให้พ่อดีใจ
ไม่น่าเชื่อว่า
ถึงเด็กคนนี้จะถูกกลืนไปตามสภาพสังคมและวัตถุนิยม
แต่สิ่งที่มันมีอิทธิพลมากที่สุด ก็ยังเป็นครอบครัว
อยากให้พ่อแม่แต่ละคนรู้จักลูกของตัวเองให้ดี
ก่อนจะว่าโน่น ด่านี่ หรือไม่พอใจที่ลูกทำตัวไปในทางที่ไม่ดี
ไม่งั้นกราฟฟิกมันจะบดบังเราจากความจริง
และทำให้เราและคนอื่นๆรู้สึกแย่ไปตามๆกัน
ความจริงแล้วความสุขมันหาได้ง่ายมากๆ
แค่เราลองอยู่กับตัวเอง ทำตัวเองให้ไม่เร่งรีบ
สนใจชีวิตของคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเอง
สนใจที่จะมีความสุขกับชีวิตบ้าง
ไม่ใช่วนเวียนอยู่แต่เรื่องความรัก
คนบางคนแยกชีวิตกับความรักไม่ค่อยออก
เอาตัวเองไปผูกติดกับชีวิตคนอื่น
คุณลองอยู่กับตัวเองให้เป็นสุขดู
แล้วคนอื่นๆที่อยู่รอบๆตัวคุณ
เค้าจะได้รับความสุข
เช่นกัน....
-----------------------------------------------------------
Dot...space(ในวันที่ผมอยู่คนเดียว) January 01 BITTERSWEET -- boydPodหลังจากแย่มาหลายวัน
วันนี้รู้สึกอิ่มเอมอีกครั้ง
หลังจาได้ดู รวมหนังสั้น ของบอย
หลังจาดูจบทุกเรื่องแล้ว
รู้สึกได้ทันทีว่า ยังมีความหมายอีกมากมาย
ที่บรรยายผ่านภาพและบทเพลงเหล่านั้น
ที่ผมคงไม่มีวันได้สัมผัส
แต่เชื่อว่า ทุกคนที่ผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมา
ร่วมกัน
ทุกคนในเบเกอรี่ร้านเล็กๆ
คงสัมผัสและเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี
ความสุขและเรื่องราว ความทรงจำที่เคยมีร่วมกัน
แม้มันจะไม่ได้อยู่ยงยาวนาน
แต่กลับมีคุณค่าอย่างเทียบไม่ได้กับช่วงเวลาเพียงสั้นๆ
ผมรู้สึกเป็นสุข กับเรื่องราวของพวกคุณทุกคน
ที่ทำในสิ่งที่รัก และความฝันของตัวเอง
ขอสรุปแรงบันดาลใจสั้นๆที่ผมได้รับ จากหนังแต่ละเรื่อง
ไว้เพื่อแสดงออกถึงความสุขครั้งนี้ ณ บล็อกอันนี้เลยละกัน
1 รักคุณเข้าอีกแล้ว
- ความรักไม่มีอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและจะอยู่
ตราบเท่าที่เรายังเห็นคุณค่าของมัน
2 เพื่อน
- บางอย่างที่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าอะไรก็ตาม
ไม่สามารถเปลี่ยนความเป็น "เรา"
3 ที่วันนี้
- ทุกคนมีอดีตที่ดีและร้าย
แต่ความรักจะทำให้เรามองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
4 น้องเอ๋ย
- การพยายาม คือการทำให้ถึงที่สุด
ความรักจะทำให้คุณพยายาม
5 คอย
- มันเป็นโลก ที่เหงา
ร้อน หนาว มืด สว่าง
เห็นและไม่เห็น สุขและทุกข์
และไม่ใช่คนทุกคน
ที่จะทนอยู่ในโลกแห่งนี้ได้
หากคุณอยู่ในที่แห่งนี้
จงสรรเสริญตนเอง
6 เรื่องบ้าๆ
- ปัญหาเกิดขึ้นเสมอในชีวิตของเรา
บางอย่างที่เราพบเจอโดยบังเอิญ
ไม่ว่าโชคดี หรือ โชคร้าย
มันอาจเยียวยาจิตใจของเราโดยไม่รู้ตัว
7 คำไม่กี่คำ
- คำบางคำ ต้องถูกเก็บไว้ เพื่อรักษาบางสิ่ง
การเก็บและรักษา
ยากที่จะทำสำหรับเรา
แต่ง่ายที่จะรับสำหรับคนที่เรารัก
8 ?
- ไม่ต้องรอ ให้เกิดสิ่งเลวร้ายที่สุด
แล้วจึงคิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง
9 ช่วงที่ดีที่สุด
- จงซื่อสัตย์ต่อตนเอง
แม้ทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่หวัง
แต่จดจำมันเอาไว้
10 สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน
- ความรักที่ดี ต้องอาศัยความเข้าใจ
แต่แม้ไม่เข้าใจกันเพียงใด
ความรักก็ยังคงมีอยู่จริง
11 YOO HOO
- ความรักทำให้คนเราทำสิ่งที่ซ้ำซาก
โดยไม่รู้จักเบื่อ และเหน็ดเหนื่อย
รวมถึง "การรอคอย"
12 บทเรียน
- ทุกอย่างคือภาวะ เกิดขึ้น แล้วจบลง
หากเราเรียนรู้มันแล้ว
เราจะยิ้มออกมาอย่างเปี่ยมสุข
13 หวานขม
- ทุกเรื่องราว ทุกสิ่ง
มีอนาคตเสมอ ยังมีที่เรารู้และไม่รู้
อย่าจมอยู่กับอดีตและตัวตนที่ผิดหวัง
เพราะมันจะทำให้เรามองไม่เห็น
ความสุขที่กำลัง
จะเกิดขึ้น
.........................................................
Dot...space(มีความสุขกันนะทุกคน สวัสดีปีใหม่) บันทึกความรู้สึก 14 : วันปีใหม่ของท่านท่านเป็นใครซักคนนึง
ท่านคนนี้กำหนดหลายๆอย่างที่จะเกิดขึ้น
ของทุกๆคนบนโลกใบนี้
ท่านกำหนดมาว่า ปีใหม่นี้ ผมจะต้องเศร้า
ท่านเริ่มพยายามจากการสร้างเรื่องที่เศร้าที่สุด
ในชีวิตเท่าที่ผมเคยมี
แต่เรื่องนั้นผมจะไม่พูดถึงมันอีก
เพราะผมเริ่มที่จะยิ้มรับมันได้แล้ว
ผมจึงพยายามจะเปลี่ยน
วันปีใหม่เดิมๆของตัวเองให้มันพิเศษมากขึ้น
ทดแทนความสูญเสีย และมอบรอยยิ้มให้กับตนเอง
ผมจึงเลือกบนความสับสนและไม่มั่นใจ
แม้ไม่รู้
แม้ละอายใจ
แต่ท่านได้กำหนดไว้แล้ว ว่าผมควรจะเศร้า
ท่านจึงพยายามสร้างเรื่องเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น
และมันไม่อาจหลีกหนีได้เลย
ผมเริ่มหงอยเหงาลงทุกๆวินาที
ที่เข็มก้านยาวๆเดินไป
และเริ่มที่จะเกลียดจิตสำนึกดีของตนเอง
ทีละน้อย
ทีละน้อย
เพราะมันคือสาเหตุที่ทำให้ผมยิ่งเหงา
มันทำมาหลายครั้งแล้ว ในชีวิตธรรมดาๆนี้
ที่ผมยอม
เพียงเพราะอยากเข้าใกล้สำนึกดีให้มากขึ้นกว่าที่เป็น
หากแต่ความเป็นจริงแล้ว สำนึกดี ไร้ซึ่งตัวตน จับต้องไม่ได้
ผมรู้อย่างนั้นแต่มันยากเกินกว่าจะก้าวถอยออกไป
เลยต้องนั่งอยู่ที่ปลายทางเอื้อมคว้าจิตสำนึกของตนเอง
จับเท่าไหร่ก็ว่างเปล่า
บางสิ่งยิ่งพยายามยิ่งไม่มีทางได้มันมา
แล้วทุกข์ก็จะเกิดขึ้นกับจิตใจเราเอง
หรือผมจะต้องวางมันลง
เมื่อผมวางมันลงได้เมื่อไหร่
ผมคงได้รับสิ่งที่ต้องการ
ณ ที่ตรงนี้ คือรอยเชื่อมต่อ ระหว่างทาง
ก่อนที่มือสองข้างจะกระทำตามสติ และปัญญา
ณ ตรงนี้ มันยากที่สุด
ผมต้องผ่าน
ความเหงา
ความหดหู่
ความผิดหวัง
ไม่รู้มากมายเท่าไหร่
และในวันนี้ ตอนนี้
ท่านได้ทำสำเร็จอีกครั้ง
ผมไม่อาจจะทำอะไรท่านได้
นอกจากบอกกับท่านเพียงว่า
"ผมน้อยใจเหลือเกิน"
วันปีใหม่ปีนี้....
จึงไม่ใช่ของผม
สวัสดีวันปีใหม่....ของทุกๆคน
------------------------------------------------------
Dot...space(ระบาย) |
|
|