anupap's profileบางทีลองมองหาความสุขรอบๆ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 27

    shortstory 08 : ที่สุด (Time to...)

    Time to...
     
     
     
    ----------------------------------------------
     
    หากคุณเคยรู้จักกับคำว่า "รอคอย" มาก่อนหน้านี้ ผมขอให้คุณลองลืมมันไปซักพัก
    แล้วลองสัมผัสกับคำว่ารอคอย ของชายคนหนึ่ง... ซึ่งมอบแด่หญิง... คนหนึ่ง 
     
     
     
    ด้วยลมอะไรก็ไม่รู้พัดพาสองเท้าของผมให้ไปหยุดลงหน้าชายชราผู้หนึ่ง
    ชายชราผู้หอบสังขารและร่างกายอันร่วงโรยก้าวข้ามวันเวลาที่แสนยาวนาน
     
    มันเป็นวันที่แดดอ่อนๆ ผู้คนก็ไม่ได้วุ่นวายมากนัก
     
    ทุกอย่างรอบตัว
    ...ผู้คน
    ...ชีวิต
    และ
    .....รอยยิ้ม
     
     ดูจะคล้ายวันเดิมๆ
    ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากวันทุกวัน
     
     
    รวมทั้งชายผู้นี้ซึ่งก็ยังคงมานั่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้... ณ ที่แห่งเดิม
     
     
     
    ผมหยุด.. และยืนมอง เราสบตากันชั่วอึดใจเดียว พอผมรู้ตัวอีกที ผมก็นั่งลงข้างชายผู้นั้นไปเสียแล้ว
     
    อะไร.... ทำให้ผมหยุด
    อะไร.... ทำให้คนเราสนใจ
    อะไร.... ทำให้คนคนนึงกลับมานั่งที่เดิมทุกๆวัน
     
    ประโยคแรกของบทสนทนามันกลับไม่ใช่คำทักทายอย่างที่ควรจะเป็นสำหรับการพบหน้ากันของคนแปลกหน้าสองคน
     
    "คุณ... รอ... อะไรครับ"
    สิ่งแรกที่หลุดออกไปจากปากผมกลับเป็นสิ่งที่ผมเฝ้ามองและอยากรู้มากที่สุด
     
     
     
    ชายแก่ยิ้มให้กับผม ก่อนจะถามผมกลับมาว่า
     
    "คุณหล่ะ เคยรอใครซักคนมั้ย"
     
     
     
     
    จากการเริ่มต้นอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
    ผมไม่น่าที่จะไปหยุดและสนใจชายคนนี้
    และผมไม่น่าที่จะไปอยากรู้อะไรเลย
     
    หากแต่ในน้ำเสียงของคำพูดเหมือนกำลังจะบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่คนอย่างผมควรจะรับรู้
    ทุกอย่างก็ดำเนินไป ตามสิ่งที่มันควรจะเป็น ... และผมควร ที่จะรับฟัง
     
     
     
     
     
    "ผมถามกับตัวเอง... ครั้งแรกตั้งแต่ผมยังเป็นหนุ่ม ว่าผมรอ..อะไร"
    ชายชราค่อยๆถ่ายทอดบางสิ่งออกมา มันเหมือนภาพของละครที่กำลังเล่าย้อนอะไรบางอย่างให้กับผม
    ผมได้กลิ่นอายจางๆของความรัก ความรู้สึก และผมรู้สึกถึงมันจริงๆ
     
    "ผมถามตัวเองว่า.... ผมต้องการใคร? แล้วคำถามก็กลับเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย"
    "แล้วเมื่อไหร่ผมจะเจอคนที่ต้องการ?"
    "คนคนนั้นจะเป็นคนแบบไหน?"
    "เราจะพบกันได้ยังไง..."
     
    "คุณเลย รอ... งั้นรึครับ?"
     
    "รอ..."
    "ใช่ผมรอ... ผมบอกตัวเองว่า ซักวันหนึ่ง ผมจะเจอใครซักคน คนที่จะดีที่สุดในชีวิตเท่าที่ผมต้องการ"
     
    "ยากนะครับ เอ่อ คือ... ผมรู้สึกว่ามันยาก"
     
    "ใช่ มันยากมาก คุณกำลังมองหาคนเพียงหนึ่งคน จากคนนับพันที่เดินผ่านหน้าคุณไปในแต่ละฃ่วงเวลาของชีวิต"
     
    "แล้ว... คุณเจอเค้าคนนั้นมั้ยครับ"
     
     
     
     
     
    ไม่มีคำตอบใดๆจากชายชรา
     
    เสียงรถที่แล่นผ่านไป
    ลมที่พัดผ่านเบาๆ
    รวมไปถึงใจของผมที่เต้นรัวไปด้วยความตื่นเต้นของความอยากรู้อยากเห็น
     
     
    ชายแก่ชี้นิ้วออกไปที่ฝั่งตรงข้าม ผมมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของตึกแถว
    มองผ่านผ้าม่านสีขาวบาง
    และสิ้นสุดที่ร่างของหญิงคนหนึ่ง
     
    ... มีหญิงชรากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ
     
     
    ผมสับสนและนิ่งไปชั่วครู่... ก่อนจะตั้งสติและพยายามดึงตัวเองกลับมาสนใจที่ชายชราผู้นั้นอีกครั้ง
     
     
     
     
     
    "เธอ คือ หนึ่งคนที่ผมเฝ้ารอมานาน"
    "ผมเจอเธอ... และในวันนั้นผมตอบกับตัวเองว่า ผมเจอสิ่งที่ผมรอ และบางสิ่งที่หายากที่สุดในชีวิต"
     
    "คือเธอ.. หรือครับ?"
     
    "ไม่ใช่พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ สิ่งที่หายากที่สุด ไม่ใช่เธอ แต่มันคือ... ความรัก"
     
    "ทำไมถึงต้องเป็นเธอหล่ะครับ"
     
    "นั่นสินะ ผมเองก็ยังไม่เคยคิดจะถามกับตัวเองเลย"
    "อาจเพราะเธอคือคนที่ดี... คนที่ดี.... อาจจะแค่นั้น"
     
    "มันคือทั้งหมดที่คุณรอคอยงั้นหรือครับ?"
     
    "มันก็อาจจะใช่ ตอนนี้ผมกลับเจออะไรที่มากกว่าการรอคอย... มันคือ... การเอื้อมคว้า"
     
     
    ทุกอย่างถูกขัดจังหวะอีกครั้ง เมื่อหญิงชราลุกขึ้นและเดินออกมายืนหน้าระเบียง
     
     
    "เมื่อก่อนเธอก็ยืนตรงนี้... และก็มีคนมากมาย มองเธอจากตรงนี้ ผมแค่คนตัวเล็กๆ บางครั้งมองยังมองไม่เห็นเธอเลย"
    "แต่วันนี้ดีนะ ไม่มีใครยืนบังผมอีกแล้ว ผมตัวเล็ก แต่ก็นั่งและมองเห็นเธอได้อย่างชัดเจน"
     
    "คุณเคยบอกกับเธอรึเปล่าครับ...  ว่าคุณรู้สึกยังไงกับเธอ"
     
    "ไม่รู้กี่ครั้ง ที่เธอพยายามพูดให้ผมเข้าใจถึงเรื่องราวของความเป็นจริง และสิ่งที่เธอรู้สึก"
     
    "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณแล้วครับ ผมเริ่มจะเข้าใจมันแล้ว"
     
    "พ่อหนุ่ม ชีวิตคนเรามันยากนะ... ที่จะรอและมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา"
    "แต่รู้อะไรมั้ย...สิ่งที่ยากที่สุดคือการเก็บรักษาความรู้สึกที่ดีที่สุดในชีวิตเอาไว้"
     
     
    "และผมเลือก...ที่จะเก็บมัน"
    ชายชรายิ้มอย่างมีความสุขมาที่ผม
     
     
     
    "คุณทำมันได้ครับ" ผมตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล
     
     
     
     
    "เอ้า มากินข้าวได้แล้วฟ้ามืดแล้ว"
    เสียงของหญิงชราตะโกนลงมาจากระเบียงตรงมาที่ผม
     
     
     
     
    "ครับ ยาย" ผมตอบก่อนจะลุกขึ้น
     
     
    "คุณครับ ยายผมสอนกับผมเสมอว่า ให้รักษาความรู้สึกที่ดีๆเอาไว้ให้ได้ หากมีใครหยิบยื่นสิ่งดีนั้นมาให้"
    "ยายบอกว่า นั่นคือโชคดีที่สุดในชีวิต  มันเป็นความรู้สึกที่คนเราเฝ้ารอและตามหามาตลอดชีวิต"
     
     
    "แม้ความรู้สึกนั้นจะอยู่ ณ ที่แห่งไหนก็ตาม"
     
     
     
     
     
    "และคุณคือ โชคดีที่สุด..."
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    "ในชีวิต... ของเธอครับ"
     
     
     
     
     
    ผมกลับเข้าบ้านพร้อมกับหอบเอาความสุขจากชายชรามาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง...
    ----------------------------------------------------------------------------------
    ปล. - การรอคอยจะมีค่าเสมอเมื่อผ่านวันเวลาและรู้จักรักษาความรู้สึกนั้นเอาไว้
          - ความมั่นคงและการซื่อสัตย์ต่อตัวเองสำคัญที่สุด ในการพิสูจน์ความรู้สึกที่มีอยู่จริง
    ----------------------------------------------------------------------------------
    Dot...space(แรงบันดาลใจเปี่ยมล้นหล่ะช่วงนี้)
    February 17

    shortstory 07 : เลือน (Tales of happiness)

     
    Tales of Happiness
     
     
    -----------------------------------------------------
     
    ตอนนี้ผมกำลังนั่งมองต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
    ความจริงแล้ว เราควรจะเรียกมันว่า ซากของต้นไม้ใหญ่เสียมากกว่า
     
    มันเป็นเหมือนตำนานที่เล่ากันมาปากต่อปาก
     
    บ้างก็ว่ามีใครบางคนแต่งขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราได้เห็นความจริงบางอย่าง
     
    .....
    ........

    ผมเฝ้ามองหาภาพในความทรงจำเหล่านั้น หรือมันเป็นเพียง...
     
     
    จินตนาการ
     
     
     

    เค้าเล่ากันว่า... แต่เดิมต้นไม้ใหญ่แห่งนี้มีใบที่มีสีสันสดใสปกคลุมไปตามกิ่งก้านสาขาของมัน
    ผู้คนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้เฒ่าผู้แก่ต่างมารวมตัวกันภายใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งนี้
     

    บางทีผมอาจจะอยากเป็นหนึ่งในผู้คนเหล่านั้นด้วยก็เป็นได้
     

    ด้วยร่มไม้ที่ช่วยลดความร้อนจากโลกภายนอก
    มันเหมือนเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์เลยทีเดียว

    ภายในที่แห่งนั้นมีรอยยิ้ม....
    ในที่แห่งนั้นดอกไม้แห่งความสุขสามารถเบ่งบานได้ในทุกครั้งที่ต้องการ
    และทุกๆคนมี.... อิสระ
     
     
    ผมก็เฝ้ามองหาและหลงไหลที่จะอยู่ในห้วงของความสุขเหล่านั้น
     
     

    เรื่องราวต่างๆลอยออกจากความทรงจำ ผ่านความนึกคิด และจบลงที่ภาพลวงตา
    ซึ่งไม่อาจเป็นจริงได้เลยกับซากต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของผม

    คนเหล่านั้นบอกกับผมว่า....
    ต้นไม้ต้นนี้ไม่เพียงแต่มีร่มเงามันยังมีผลที่ให้รสชาติราวกับว่าเราได้ข้ามผ่านไปในเขตแดนของสวรรค์แล้วจริงๆ
     
    ด้วยความอัศจรรย์ในทุกๆอย่างหล่อรวมกันออกมาเป็นต้นไม้ใหญ่
    ผู้คนมากมายจึงอดไม่ได้ที่จะมาลิ้มลองด้วย ลิ้น และ พักผ่อนด้วย กาย
     
    ผู้คนนับไม่ถ้วนจากที่ต่างๆหลั่งไหลกันเข้ามา
    เพื่อขอเข้าใกล้ความสุขของสวรรค์เท่าที่ตนเองจะพยายามเข้าใกล้ได้
     
    ....................................
     
    ในเวลาที่ไม่นาน รอยยิ้มตัวแทนของความสุขที่ผมเฝ้าจินตนาการถึงมันก็เริ่มจะเลือนหายไป
    ผู้คนมากมาย มากจนไม่เหลือที่พอให้เด็กน้อยตัวเล็กๆที่ทุกๆวันเคยมานั่งเล่นใต้ต้นไม้แห่งนี้
    พื้นที่ของความสุขถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา
     
    ถูกกลืนหายไปด้วย ลิ้น   สิ่งที่เลือนหายคือ ใจ

    และไม่นาน เมื่อผลเหล่านั้นหมดลง ผู้คนก็พากันเดินจากที่แห่งนี้ไป
    นั่นเพราะ มันไม่เหลืออะไรให้กับพวกเค้าอีกต่อไปแล้ว
     
     
    ต้นไม้ใหญ่คงถึงเวลาของมัน
    มันคงรู้สึกถึงความด้อยค่าของตนเองที่ได้แต่นิ่งเฉยเฝ้าดู ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย
     
     
     

    แล้ววันหนึ่ง ทุกอย่างก็จางหายไป เหลือไว้แค่ความรู้สึกเล็กๆที่เล่าต่อกันมา
     
    บ้างว่า..นิทานหลอกเด็ก
    บ้างว่า...พวกเราแค่พยายามปลอบใจตัวเอง
     
     

    แต่ผมก็ยังคงมานั่งมองต้นไม้แห่งนี้
    และในทุกครั้งที่ผมนั่งมองจากตรงนี้
     
     
    ......
     
     

    ผมเห็น....
     
     
     
     
     
    ......

     เด็กคนหนึ่งภายใต้ต้นไม้ใหญ่นี้
     
     
    มองมา...
     
     
     

    และ
     
     
    ยิ้มให้กับผม
     
    ..................................
     
     
    อย่างอ่อนโยน
     
     
    -------------------------------------------------
    Dot...space(นิทานแห่งจิตใจ)
    February 11

    shortstory 06 : สัมผัส (Lost)

     
     
    Lost
     
    -------------------------
     
     
    "เราต้องเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างควรจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น"
     
    "เราต้องสู้เพื่อจะเปลี่ยนแปลง"
     
     
    ประโยคเหล่านี้ถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆมากมาย
    การปลุกใจให้คนรู้จักรักและพร้อมจะต่อสู้กับความเลวร้ายนับเป็นหนทางที่ดีที่สุด
    และเมื่อคุณลุกขึ้นสู้ คุณก็จะมีคุณค่าบนผืนดินแห่งนี้
     
    นี่คือสิ่งที่ผู้คนเฝ้าบอกมันกับผม
     

    แต่...
    ทั้งหมดนั้นอาจเป็นแค่เพียง ฝุ่นควันเล็กๆ หรือเสียงลมเบาๆ ที่เด็กน้อยคนหนึ่งไม่อาจรู้สึกถึงมันได้เลย
    เธอก็แค่ พยายามยืนอยู่บนโลกใบใหญ่นี้เท่านั้นเอง
     
     
     

    ภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งคุดคู้อยู่ในซอกตึก
    มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเดินตรงเข้าไปหาเธอ
     
    ผมมองเธอ...
     
    ผมเห็นเธอ...
     
     
    ถึงแม้ตอนนี้เธอจะดูปรกติ แต่คราบน้ำตาบนแก้มของเธอ มันทำให้ผมต้องเอ่ยคำพูดออกจากปาก
     
    "เธอ...เป็น...อะไร..."
     
    เด็กน้อยมีแววตาที่เลื่อนลอย ผมค่อยๆนั่งลงข้างๆเธอ อย่างช้าๆ
    ...........
    .......
     
    "เธอ...ถือ....อะไร..."
     
    ผมชี้ไปที่ก้อนผ้า ที่เหมือนจะถูกเย็บรวมกันรูปร่างคล้ายอะไรบางอย่างแต่ผมในตอนนี้ไม่อาจจะนึกถึงมันได้
     
     
    "ตุ๊กตา"
    เธอตอบ
     
     
    "เค้าเรียกมันว่า ตุ๊กตา คุณไม่รู้จักหรอ?"
     
     
     
    ผมส่ายหน้า แต่เธอไม่ได้หันมองมาทางนี้เลย...
     
     

    ฝุ่นควันลอยฟุ้งเข้ามา พร้อมกับเสียงระเบิด ที่ดังขึ้น
     
    ผมมองจากด้านในนี้
    ผู้คนมากมายต่างวิ่งกันอย่างชุลมุน
    ....บางคนกรีดร้อง
    ....บางคนสิ้นหวัง
     
    ในสถานที่เลวร้ายแห่งนี้ ผมยังสามารถนั่งได้อย่างสบายใจ
    กับเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งดูเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์รอบๆตัวเธอเลย
     
     
     
     

    "เมื่อก่อน หนูวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ แล้วก็มาแอบอยู่ที่นี่เป็นประจำ"
    เธอเริ่มพูดกับผม
     
     
    "ตอนนั้นมันสนุกมากเลย ตอนเช้าหนูตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ตอนเย็นหนูเล่นจนค่ำแล้วถึงกลับบ้าน"
    ............
     
    "เราไม่มีอะไรเลย เงินทอง สิ่งของ เราไม่เคยมีอะไรเลย"
     
    "เรา...ถึง...ต้อง...พยายาม...เปลี่ยน...แปลง...ไง .."
    ผมพยายามอธิบายให้เธอฟัง
     
     
    "ดิ้นรน?"
     
    "ใช่...ดิ้น...รน"
    ผมตอบเธอ
     
     
    เธอมองออกไปยังถนนที่ยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
     
     
     
    "ใช่ค่ะ ตอนนี้ทุกคนกำลังดิ้นรน"
     
    "แต่...ไม่...ใช่...เธอ...นี่..."
    ผมเริ่มอยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
     
    ........
     
    .............

    "คงเป็นเพราะหนู... ไม่มีเวลาพอมั้งคะ"
     
    "ทำ....ไม...."
     
    เสียงโลหะบางอย่างดังขึ้นเป็นจังหวะ ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา
     
     

    "คุณก็รู้นี่คะ ว่าทำไมหนูถึงไม่มีเวลาอีกแล้ว"
     
    เสียงนั้นหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเราแล้ว
    มีสายตาจ้องมองมาจากบนถนน
     
    ผมค่อยๆ ผยุงร่างที่แสนจะหนักนี้ขึ้นมา แม้มันจะยากลำบาก
    เพราะส่วนประกอบบางส่วนของผมได้ถูกทำลายไปแล้ว
    วงจรไฟต่างๆในตัวก็หลุดออกมาอยู่ด้านนอก
     
    ผมยืนขึ้น และมองเธอ
     

    "กำจัดซะ ทั้งหุ่นทหารพังๆตัวนั้น แล้วก็เด็กคนนั้นด้วย"
    เสียงที่หนักแน่น ออกคำสั่ง
     
     
    ก่อนทุกอย่างจะค่อยๆมืดลง....
     
    ผมยังได้ยินประโยคนึงจากเธอ แม้มันจะแผ่วเบามากเหลือเกิน
     
     
     
    "อะไรคะที่ดีขึ้น... อะไรคะคือความสุข... หนูแค่...อยากมีความสุข แค่นั้นเอง"

     
     
     
    ผมก็แค่หุ่นที่ใกล้พัง พอหมดหน้าที่ ความจริงบางอย่างก็ทำให้ผมเข้าใจมนุษย์มากขึ้น

    ผมล้มลงอยู่ข้างๆเธอ
    แม้ผมจะไม่เคยรู้สึกอะไรเลย แต่ผมกำลังสัมผัส
     
     
     
     
     
     
     
     
    ภาพสุดท้ายก่อนโลกจะหมุนต่อไป
    ก่อนจะถึงบทสรุปของการเปลี่ยนแปลงต่างๆนาๆ
    มันคือภาพ ของเด็กน้อยและกองโลหะขนาดใหญ่ ท่ามกลางสังคมที่วุ่นวาย
     
     
    สิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่อาจสัมผัสมันได้
    บางที คนเราร้องเรียกและเฝ้าคอย
     
     
     
     
    ณ ที่แห่งนี้....
    ความอบอุ่น ได้ก่อตัวขึ้น อย่างแผ่วเบา
     
    ก่อนจะถูกลบเลือนไป
    จากสังคมและโลกใบนี้
     
     
     
     
    ตามกาลเวลา.......
     
    --------------------------------------------------------------------------
    Dot...space(ความเสี่ยง)
    February 07

    คนอื่น.... ตัวเอง....

     
     
    เราจะปฎิเสธไม่ได้ว่า วันใดวันหนึ่ง มันจะเป็นวันที่เราต้องตัดสินใจเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
     
    เมื่อช่วงเวลานั้นผ่านเข้ามา... อะไรจะเป็นสิ่งที่เราเลือกทำ
     
     
    เพื่อตัวเราเอง....
     
    เพื่อคนบางคน.....
     
    หรือเพื่อคนทุกคน
     
     
     
    บางคนเลือกที่จะทำสิ่งที่ตัวเองต้องการจากใจจริง
     
    ในขณะที่บางคนก็พยายามฝืนทำบางอย่างเพื่อใครซักคน
     
    หรือมีบางคนที่เลือกทำสิ่งที่คิดว่ามันถูกต้อง
     
     
    อะไรเป้นสิ่งที่ดีที่สุด ?
     
     
     
    .......
     
     
     
     
    ....
     
     
    น้อยคนจะสนใจว่าอะไรดีที่สุด
     
    ก็แค่
     
    ทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำ
     
    ก็แค่นั้น
     
    ............................
     
     
    สิ่งที่ดีที่สุด
     
    มันมีอยู่จริง?
     
    ........................................
     
     
    แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา
     
    มันอยู่ใกล้ๆ
     
    ...
    .................
     
    ที่ใจเราเอง
     
     
    --------------------------------------------------------------------------
    ปล.    - เปลี่ยนสุดๆๆๆๆๆ
    --------------------------------------------------------------------------
    dot...space(บนเส้นด้ายที่ปลายยังดูอ้างว้างข้างล่างยังมีหุบเหว)