anupap's profileบางทีลองมองหาความสุขรอบๆ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 30

    shortstory 13 : เติบโต (bloom)

    Bloom
     
     
     
     
     
     
    สิ่งที่หลงลืม...

    บางสิ่งจางหายตามกาละเวลา
    ทิ้งเพียงเศษผงของความรู้สึก
    ความรู้สึกก็เริ่มจางหายตามกาลเวลา
    แต่ไม่ใช่สำหรับชายผู้นี้...
     
     
    ......................................................................
     
    ชายหนุ่มผู้เดินทางข้ามผ่านเศษซากต้นไม้นับล้านๆต้น
    ชายช่างตัดไม้ ผู้ไม่เคยแม้จะเหลียวกลับไปมองตอไม้เหล่านั้น
    ที่อยู่เบื้องหลังความทรงจำของตนเอง
     
    ทุกวันยังคงเดิม ...
    ชายหนุ่มยังคงดำเนินชีวิตผ่านพ้นวันและคืน
    พร้อมกับหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า
     
     

    แต่.....
    งานที่ต้องลงแรงกาย มันช่างหนักเสียเหลือเกิน
    สำหรับชายผู้ซึ่งวัยกำลังร่วงโรยไปตามวันเวลา
    เมื่อแรงกายค่อยๆอ่อนลง
    ความเงียบเหงาภายในใจก็เริ่มเกาะกินส่วนลึกๆในความรู้สึก...
     
     
     
     
    มันลุกลาม
     
     

    จนเกินกว่าที่หัวใจของคนหนึ่งคนจะรับไหว
     
     
     
    ในที่สุด...
    ชายหนุ่มหมดแรงและล้มลง
     
     
     
    ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงสู่พื้นดินอันเป็นที่ซึ่งเค้าได้เหยียบย่ำตลอดมา

    มือวางเบาๆพร้อมกับปล่อยขวานด้ามใหญ่ลง

    หลังค่อยๆเอนอิงกับตอไม้ใหญ่
     
    ชายหนุ่มหวนคิด ถึงวันเวลาที่ผ่านมา
    ข้างในส่วนลึกของความทรงจำและการกระทำ
     
     
     
     
    อดีตคือสิ่งที่ต้องรำลึกและทบทวน
    ภาพวันเก่าเล่าและบอกความเป็นจริงกับชายผู้นี้
     
     
     
    "ต้นไม้ใหญ่หนอ เราตัดเจ้ามา เราคิดแต่ทำลาย แต่วันนี้ซากเล็กๆของเจ้า
     กลับเป็นที่ให้ร่างกายที่อ่อนล้าเราได้เอนกายลงพักพิง"
     
     
     
    "จากนี้เราจะดูแลเจ้าเอง"
     
     
     
    ชายหนุ่มตั้งใจและมุ่งมั่นต่อความรู้สึกของตนเอง
     
     
     
     

    จากนี้เส้นทางอนาคตได้ถูกขีดขึ้นทีละน้อยตามระยะทางของความคิดและจิตใจ
     
     
    ทันทีที่ความนึกคิดสิ้นลง ภาพแรกตรงหน้าชายผู้นี้
    คือ ต้นอ่อนที่ดูเหี่ยวเฉาท่ามกลางตอไม้ใหญ่นับพันนับหมื่นต้น

    นี่อาจเป็นทางที่ได้ถูกสร้างมาเพื่อชายหนุ่ม
     
     
    มือจากที่เคยถือขวาน
    ตอนนี้กลับกลายเป็นถังน้ำใบใหญ่
     
     

    ทันทีที่ชายหนุ่มเดินตรงไปยังต้นไม้นั้นด้วยรอยยิ้ม
     
    ใบหน้าอิ่มเอมกับความสุขสมหวัง

    ก็ปรากฏเงาของชายเดินมาอีกฝากหนึ่งพร้อมถังใบใหญ่เช่นกัน
     
    เค้าตรงไปที่ต้นอ่อนนั้น....
    พร้อมกับรดน้ำลงชโลมดินด้วยรอยยิ้มเฉกเช่นภาพในความนึกคิดของชายช่างตัดไม้
    ผู้กำลังพยายามค้นหาความสุขบนความรู้สึกของคนซึ่งเป็นผู้ให้
     
    ชายแปลกหน้านั้นนอกจากค่อยๆพรมน้ำลงอย่างตั้งใจแล้ว
    สองมือยังค่อยๆหยิบเศษหิน และขุดพรวนก้อนดินพร้อมกับรอยยิ้ม
    มันช่างให้ความรู้สึกที่อิ่มเอม บนใบหน้าของชายช่างตัดไม้ ยังเปื้อนไปด้วยคราบของรอยยิ้ม
     
    หากเพียงแต่ข้างในใจลึกๆยังรู้สึกผิดหวัง
    ที่ตนเองกลับไม่ได้ทำอะไรเพื่อต้นไม้นั้นเลย
     
     
     
    ในไม่ช้า ก็ปรากฏผู้คนมากมาย คนเหล่านั้นต่างตรงเข้ามายังต้นไม้เล็กนั้น
    ทุกคนต่างมาด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม
    ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นตามเวลา
    ผู้คน บ้างก็ยังอยู่
    บ้างก็เดินจากไป
    ผลัดไป เวียนมา
     

    มีเพียงชายหนุ่มที่ยังคงยืนมองจากจุดเดิม
     
     
    "เราแค่อยากดูแลเจ้า ก็แค่นั้น แต่จริงๆแล้วยังมีผู้คนอีกมากมาย
    ที่อยากจะดูแลเจ้า และพร้อมที่จะดูแลเจ้า"
     
    "เราทำอะไร .. ไม่ได้เลย  ไม่ได้ทำอะไรเลย  จนเจ้าเติบโต 
    แล้วความสุขมันหาได้จากที่ไหน ในเมื่อคนน้อยใหญ่เข้ามาหาเจ้า
    ด้วยรอยยิ้มและหอบหิ้วความผิดหวังเดินจากไป"
     
     

    ต้นไม้ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ต้นไม้ดูสูงใหญ่จนแทบจะลืมเลือนไปว่า
    มันเคยเป็นเพียงต้นไม้เหี่ยวแห้งกลางทุ่งร้างแห่งนี้
    กลับกันกับชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังหมดแรงลงกว่าแต่ก่อน
    ร่างกายแห้งเหี่ยวไปตามสังขารของวัย
     
     

    จนวันนี้ก็ยังคงมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาดูแลต้นไม้ใหญ่อย่างไม่ขาดสาย
    ต่างคนต่างหวังที่จะครอบครองต้นไม้ใหญ่นี้
    ให้เป็นที่พักพิงเอนอิงร่างกายที่อ่อนล้า หัวใจที่อ่อนแรง
     
    ไม่ต่างกับความคิดชายชราในวันก่อนนั้น
     
     
    วันนี้คำถามยังคงถูกกล่าวขึ้นในอากาศ บางครั้งก็มากับสายลมเย็นๆที่พัดผ่าน
    บางทีก็มาจากแสงแดดอ่อนๆที่สาดผ่านพุ่มไม้ใหญ่ลงมา
     
     
    "ความสุข หาได้จากที่ไหน  ในเมื่อจนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้ทำอะไรเพื่อเจ้าเลย"

    ชายชราแหงนหน้าขึ้นมองที่ต้นไม้ใหญ่
     
    พร้อมกับค่อยๆเอนร่างกายลงอิงกับตอไม้เดิม
    มือวางเบาๆ พร้อมกับวางถังน้ำลง
     
     
    เสียงลมหายใจที่บางเบา แววตายังคงเหม่อมองหาคำตอบ
     
    ต้นไม้ใหญ่
    ไม่เอ่ยคำใดๆ
    ไม่เคยเอ่ยคำใดๆ
     
    มีเพียงลมเบาๆพัดผ่านพาเอาดอกไม้ดอกหนึ่งร่วงลงจากพุ่มไม้ใหญ่
    ค่อยๆปลิว และตกลงมาเบาๆข้างชายชรา
     
     

    ราวกับภาพถูกย้อนหวนกลับสู่อดีต
    ชายผู้ชราค่อยๆกลับเป็นหนุ่มอีกครั้ง
     

    เค้าก้มลงมองดอกไม้ดอกนั้น

    พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
     
     
     
     

    สายลมค่อยๆพัดพาคำถามในจิตใจของชายผู้นี้ให้หลุดออกไปจากหัวใจ
     
     
     
     
     
     

    "ความสุข...."
     
     
    .......
     
     
    .......................................
     
     
     
    "ไม่ยากเลย หาไม่ยากเลยจริงๆ"
     
     

    รอยยิ้มเริ่มมากขึ้น หัวใจซึ่งถูกปิดตายมาแสนนานได้เบิกกว้างขึ้น

    ก่อนชายผู้นั้นจะหลับลง.....
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ชั่วนิรันดร์
     
    ----------------------------------------------------------
    ps. - งานเยอะแล้วทำไมถึงอยากอัพสเปช ตอนว่างก็ไม่อยากทำ
            ชีวิตน้ออออออ
          - ผ่านพ้นไปอีก 1 ช่วงชีวิตคับโผมมม ตอนนี้เข้าสู่โหมดใหม่อีกครั้ง
            เย้เฮ้..... เยี่ยมเรยยยย
    ----------------------------------------------------------
    Dot...space (สู้ๆ)
    June 27

    มู 06 : ธรรมะ อารมณ์

     
     
     
     
     
    แสงอาทิตย์ลอยข้ามผ่าน
    จากเมือง สู่ ป่า
     
    .......
     
    สายลมพัดใบไม้ไหว
    จากใคร สู่ คนใดคนหนึ่ง
     
    : หลายครั้ง
      ธรรมชาติ
      ไม่ตั้งใจ
     
     
     
     
    แสงอาทิตย์หมุนข้ามผ่าน
    ผ่านป่า ผ่านเมือง
     
    .........
     
    สายลมหวนใบไม้โรย
    วนเวียน อยู่รอบตัวเธอ
     
     
    : หลายครั้ง
      ธรรมชาติ 
      ไม่เปลี่ยนเลย 
     
     
    ............................................
    แสงยังคงวน ลมยังคงเวียน
    ให้พืชน้อยใหญ่มีชีวิต
    ให้ผู้คนยังมีลมหายใจ
     
     
     
     
     
     
    ไม่มีเหตุผล ธรรมชาติไม่ต้องมีเหตุผล
     
    บนความไม่ตั้งใจ...
     
    ก่อกำเนิดความสุข
     
     
    บนความไม่ตั้งใจ...
      
    ที่นั่นคือ ความว่างเปล่า
     
     
     
     
    บนความไม่ตั้งใจ... 
     
    ที่แห่งนั้น
     
     
     
     
     
     
     
     
    ไม่มี....
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    อะไรเลย
    ---------------------------------------------------------------------
    ปล. - เข้าป่ามาหลายวัน เข้าป่าอีกแล้ว ดีจริงๆ
          - กลับมาสู่โหมดงานเยอะอีกแล้ว ชิหายหล่ะกู
          - อย่าเชื่อผมมาก อย่าเชื่อธรรมชาติเช่นกัน เพราะพวกเราต่าง.. มีอารมณ์
            บางวันฝนคงตกหนัก บางวันลมพัดแรงทำลายทุกอย่าง นั่นไง
            เพราะงั้นอย่าไว้ใจผมเลย ผมก็ยังเป็นคนที่มีสัญชาตญาณและความต้องการ
            และอาจทำบางสิ่งออกไป ทำลายทุกๆอย่าง ก็เป็นได้
          - เรียกได้ว่าการสำนึกผิดทางธรรมชาติละกันนะ แหะๆๆ
    ---------------------------------------------------------------------
    Dot...space(ถ้าทำอีกให้ตี 1 ที) 
    June 13

    บันทึกความรู้สึก 01 : โหยหา...

    นับว่าเป็นอีกครั้งที่รู้สึกก้าวผ่านบางอย่างมาได้ เริ่มเข้าใกล้สิ่งที่ไม่อยากเจอ นั่นคือคำว่า "เติบโต"
     
    คนเราโตขึ้นเริ่มมีข้อจำกัดเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะจากตัวเราเอง จากใครซักคน จากครอบครัว จากสังคม
    ข้อจำกัดทั้งหลายประดาประดังมารวมกัน มันอาจก่อตัวมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกถึงมัน
     
    พอตอนนี้จะมารู้สึก ก็พบความจริงที่ว่า  "เหนื่อยจัง"
     
     
    --------------------
     
    เริ่มจากเรื่องหลักๆนั่นคือ การเพิ่มเติมความคิด เปิดรับความเข้าใจใหม่ๆ ในส่วนของการเรียนวิชาดีไซน์
    การคิดที่เคยลำดับไว้ เข้าใจในส่วนหนึ่ง จนเริ่มตีกรอบบางอย่างให้กับตัวเอง กลับถูกเปิดอ้าด้วยคำพูดสั้นๆของอาจารย์เพียงไม่กี่คำ พอมันถูกเปิดออกแล้ว อย่างนึงที่รู้สึกได้คือ ตื่นเต้น... กับ space ใหม่ๆ ที่ตัวเราเองควรจะเหยียบย่างเข้าไป แต่ในใจลึกๆ พอรวมเข้ากับเรื่องอื่นๆในชีวิตแล้ว
    มันช่างดูแสนจะเหน็ดเหนื่อยจริงๆ
     
     
     
    -------------------
     
    ต่อมา คือเรื่องความสัมพันธ์ การทำกิจกรรม ความรู้สึกดีๆที่ยังตกค้างจากอดีตพอมองย้อนไป แต่พอมองไปข้างหน้าแล้วกลับไม่เห็นอะไรเลย กลายเป็นความรู้สึกกลัวเล็กๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับเราหลุดจากช่วงเวลานึง ความสัมพันธ์นึง มาสู่ช่วงเวลาใหม่ ความสัมพันธ์แบบใหม่
     
    แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สิ่งที่ใหญ่สุด คือหลายๆอย่างสะท้อนความเห็นแก่ตัวของคนให้เห็นมากขึ้น ความไม่จริง ข้ออ้าง เหตุผลบนความไม่เข้าใจ ยิ่งเห็น ความเหนื่อยก็ยิ่งมากขึ้น ถ้าแค่เราอยู่นิ่งๆ ไม่ไปเดือดร้อนกับมัน ก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ความรู้สึกดีๆที่ตกค้าง ก็แค่อยากจะลองถ่ายทอดให้คนที่จะรับมันได้ ก็คงแค่นั้นเอง แต่พอคิดจะทำ ก็ต้องเห็นภาพและพบเจอกับอะไรบางอย่าง จนกลายเป้นความรู้สึกที่ เหนื่อยจริงๆ
     
     
     
    --------------------
     
    อีกความวุ่ยวายใจ และแสนจะหงุดหงิดตัวเองข้างใน ก็คือ เรื่องความรู้สึกที่พิเศษ ทั้งที่มันเป็นเรื่องง่ายในการแสดงออก แต่โลกไม่ได้ทำอะไรให้มันง่ายอย่างที่คิดเลย โลก โชคชะตา สร้างข้อจำกัดใหญ่ๆมากมาย ทำให้ การแสดงออก การให้ความสำคัญ ชั่งค่าน้ำหนัก ความตั้งใจ ความจริงจัง ถูกลดทอนและปิดบังจนแทบสังเกตไม่เห็น เหตุผลที่คิดขึ้นมาเอง จนเริ่มด่าตัวเองว่า จะคิดไปเองทำไม มันไม่เป็นอย่างที่มึงคิดทุกเรื่องหรอก
     
    สิ่งที่ทำให้เข้าใจจริงๆ กลับเป็นเรื่องง่ายๆ ความรู้สึกง่ายๆ ที่ไม่ต้องตอบด้วยเหตุผลอะไร
    นั่นคือ " ความนึกถึง ความเป็นห่วงและสิ่งที่สำคัญ"
    พอเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น ก็อยากจะให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่มันควรที่สุด ก็คือปล่อยไปตามธรรมชาติ นั่นคงดีที่สุด
     
    คำตอบและอนาคตอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรมากนัก แค่ได้แสดงความรู้สึกออกไปมันก็คงดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่สิ่งที่ค้างคาใจก็คือ  กูแสนเกลียดคนที่ไม่กล้าแสดงความรู้สึกของตัวเอง แต่กลับต้องทำมันเองอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ไม่ต้องกลัว.... มันจะต้องถึงวันนั้นแน่นอน แล้วกว่าจะถึงหล่ะ ก็คงต้องอดทนกันต่อไป
     
     
     
    ---------------------------
     
    สุดท้ายคือเรื่องอนาคต ซึ่งเริ่มกังวลมากขึ้นทุกทีพอตัวเองกำลังใกล้ที่จะต้องก้าวข้ามเส้นที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่อีกโลกนึง สังคมที่แสนจะต่อต้านมาตลอดเวลา แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอมัน ตอนนี้ก็มีคนชี้นำ และให้โอกาส อยู่ เพียงแต่สิ่งที่ยังลังเล คือความต้องการของตัวเองและความกลัวที่จะต้องไปเจอกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าสังคม ทีพยายามรวมตัวกัน ตั้งข้อจำกัดขึ้นมา ให้คนอื่นทำตาม
     
    ถึงตอนนั้นคงหงุดหงิดจนทนไม่ไหว แล้วทำอะไรไม่ดีลงไปแน่ๆ ก็แค่หวังว่าจะได้เจอกับ กลุ่มคน ที่มีความตั้งใจ ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าสังคม ไม่ต้องทำอะไรที่อ้างสังคม ขอให้เป็นอย่างงั้นทีเห้อออออ
     
     
     
    -----------------------------
     
     
    นั่นไง หลายๆเรื่อง มันต้องคิดแล้วก็ทำ วนเวียน ในหัวตลอดทั้งวัน
    นี่แหละมั้งที่เรียกว่า "ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว"
    แต่ความจริงแล้ว มันง่ายมากๆ เรื่องความรู้สึกที่พูดมาทั้งหมด มันรวมกันได้
    ใช่...ถ้ามันรวมกัน ไปพร้อมๆกัน ก็ลด space ในหัว และ space การดำเนินชีวิตลงไปได้
    ก้อนความรู้สึกจาก 4 ก้อน รวมเป็น 3   หรือ 2   หรือรวมกันได้ทั้งหมด
    แค่นั้นคงไปได้ด้วยดี ...
     
    ช่วยมารวมมันได้มั้ย เติมช่องว่างช่องเดียว ก็ทำได้แค่โหยหา เพราะมันเริ่มต้องการมากขึ้น 
    ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า ไม่ใช่แค่ความเหงา
    แต่มันคือ ความสุข มันเป็นแรงผลักดัน และเป็นกำลังใจ
     
    แต่ความฝัน
    ก็ยังคงลอยฟุ้งอยุ่ในหัวของคนที่ยังไม่ได้เริ่ม..
     
     
     
     
     
     
     
    อะไรเลย 
     
      
    ...........................................................................................
    - หลังจากวุ่นวายและหมั่นไส้ตัวเองในการเขียนบันทึกชีวิตไปช่วงนึง
      และแล้วก็ทำใจได้อีกครั้ง กลับมาเขียนอีกแล้ว หึ หึ คราวนี้จะไม่ทำอย่างงั้นอีกแล้ว ตัวกูเอง....ขอโทดนะคับ
    - เฮ้ย ชีวิตมึงไม่ได้เศร้าและเครียดอย่างที่เขียนนักหรอกนะ เรียกมันว่า ความรู้สึก โหยหา ละกัน
    - วันนี้ไปดู พลอย มา (ไม่เหมาะกับเด็กต่ำว่า 18 และคนที่ไม่มีความรักนาคับ ดูแล้วจะงงในชีวิตและโลกใบนี้ได้)
      สิ่งที่ได้รับมามากที่สุดคงเป็น "การซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง อย่ารอให้ช้าจนเกินกว่าจะแก้ปัญหาอะไรได้ หรือใครซักคนจากเราไป"
    - ยังไม่ได้ล้างมือ
    - ตังหมด
    - งานเยอะท่วมหัว พยายามเอาตัวรอด
    - มีไอตัวกวนโผล่มา มีแม่นางตึก12 กะป้าขาใหญ่ กับเงาตะคุ่มๆ ทำให้การอัพสเปชเป็นไปด้วยความช้า
    - สุดท้ายละ อันนี้จริงจัง "สู้ๆหว่ะกูเชียร์มึงอยู่...เบิม"
    ...........................................................................................
    Dot...space (จะมองเห็นมันมั้ยหล่ะ...ถ้ามันอยู่ข้างใน)