Perfil de anupapบางทีลองมองหาความสุขรอบๆ...FotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
|
23 noviembre แสงแรก กลิ่นลมณ เช้าวันหนึ่ง ในห้วงลมโชย ณ หัวใจอีกหนึ่ง เคลิ้มตื่น ครึ้มฝัน เสียงชีวิตสังคม แม้ไม่อาจนำพา หลอมรวมร่วม บรรเลงบทเพลง ในยามละเมอตื่น ในคืนก่อนเดินฝัน เพื่อแรกเช้า สียามเย็น แสงแรก กลิ่นลม ขอบฟ้า แสดแดง แสงแรก ผ่านลม เปิดฟ้า ปล่อยลง เรากอดจับไว้แนบแน่นกาย ลมที่เคยผ่านมา ลมที่ลอยจากไป กับใคร แห่งใด .... หรือเป็นคุณ อาจเป็นคุณ หากเป็นคุณ เพราะเป็นคุณ อรุณสวัสดิ์วันนี้ จึงมีความหมายงดงาม ถึงผม จาก คุณ ------------------------------------------- Dot...space(ปลายฟ้า) 17 noviembre ดอกไม้แห่งความฝันดอกไม้แห่งความฝัน ผลิบานอยู่กลางท้องฟ้า แต่ใช่เพียง สิ่งหนึ่ง สิ่งเดียว ในอาณาเขตขอบฟ้า ปะปน ปนเป เอื้อมมือคว้าเอา หยิบฝัน คว้าเอา หนึ่งกำมือเหนื่อยล้า อาจไม่ มีเลย ตะกาย เยียบย่ำ ส่งต่อ ช้าเร็ว ได้มา สูญไป กลิ่นหอม ชั่วคราว ค้างฝัน เหลียวมองไป... พลันเปลี่ยน เวียนผัน อีกคืนและอีกวัน อีกเช้า และ อีกเคย อันจิตเรา ว่าซึ่ง คุณค่า ความนิยม เป็นดินปลูก ปุ๋ยหมัก ของกาลเวลา ฉะนี้แล้ว เหตุใดจะเหมาะสมกับดอกไม้ที่สูงค่า ฉะนี้แล้ว ดอกไม้ที่ลวงตา กลับทำเราสูญค่าราคาคน ฉะนั้นแล้ว เราจงตื่น... จากหมอก... จากฝัน.... เปิดประตู นั่ง.... ชมดอกไม้ และความสวยงาม รอบกายเรา ------------------------------------------------- Dot...space (ผลผลิตของจิตใจ) 18 septiembre อบอวลกลิ่นอบอวล อาบกาย รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นและแตกดับทุกชั่วขณะ
แต่ถึงกระนั้นเศษซากที่ยังคงหลงเหลือ
ก็มากเพียงพอที่จะก่อให้เกิดตะกอนแห่งความสุข
อดีต ปัจจุบัน อนาคต จะมาผสมรวมกันอย่างกลมกล่อม
เพียงเพื่อสื่อสารถ่ายทอดผลงานชิ้นเอก
ผลงานอันเกิดจากความรู้สึก
จากหนึ่ง ถึง อีกหนึ่ง
ความจริงย่อมจะเป็นจริงเสมอๆ
ไม่ว่าจะวางอยู่ ณ จุดใด
เฉกเช่นเดียวกับความดี และ ความสุข
ตราบใดที่คุณตระหนักถึงมัน
มันจะไม่มีวันจางจากคุณได้เลย
จงรักษาสิ่งนั้นไว้เพราะมันย่อมมีค่าและควรค่าแก่การดำรงอยู่
ไม่ใช่เป็นเพียงสัมผัสฉาบฉวย และปริมาณมากมูลค่า
อันไร้ซึ่งสเน่ห์ และความงามที่แท้จริง
สิ่งเล็กๆ สิ่งเดียว
กลับกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่
รอยยิ้มเล็กๆ
เพียงรอยยิ้มเดียว
จากคน ....
คนเดียว
ก็เกินพอ
---------------------------------------------------------------------------
ปล. - ไม่ได้อัพนานมากเลย เรียกได้ว่า ไร้แรงบันดาลใจก็พอได้
แต่วันนี้อยู่ๆก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
- ช่วงนี้เหมือนอัพเรื่องซ้ำๆเดิม แต่คนละที่มาทั้งนั้นเลย
- ผมมีความสุข
---------------------------------------------------------------------------
Dot...space(ขอบคุณที่ยังเก็บมันไว้) 12 julio รอยยิ้ม.... จำ.... ลืม....ยิ้มให้กับความจำ
ยิ้มให้กับการลืม
รอยยิ้มท่ามกลางคำถามของพวกท่านผู้เศร้าโศก
อดีตอันเกาะกินความรู้สึกสุข
ท่านอยากจำความรู้สึกแสนวิเศษเมื่ออดีต
ท่านอยากลืมความทุกข์ทรมานในวันวาน
ท่านอยากลืม หรือ ท่านอยากจำ
พวกท่านคง อดคิดสงสัยไม่ได้
ว่าเหตุใดผมจึงเปี่ยมสุขถึงเพียงนี้
ผมสุขเพราะผมจำได้
ผมสุขเพราะผมลืมได้
ผมสุข เพราะผม "เข้าใจ"
เข้าใจ ภาวะ ของเวลา
ที่ไม่แปรผันหรือผกผันกับความรู้สึก
เข้าใจ สถาณะ และ ตำแหน่ง
ของตัวตนว่าควรวาง ณ จุดใด
ในโลกแห่งความเป็นจริง
จึงไม่แปลก...
ที่ท่านยังเสียใจและอาวร
คิดถึง นึกถึง และ คำนึง
ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องปรกติ
ของทุกผู้ทุกคนทุกชนทุกชั้น
ที่จะโศกเศร้ากับสิ่งเหล่านี้
ผมจึงเป็นคนแปลกแยก
ที่ตะโกนใส่สมองและหัวใจของท่านดังๆว่า
ความ อาวร คิดถึง นึกถึง และ คิดคำนึง
ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งร่องซึ่งรอยที่น่า ยินดี
รอยยิ้มที่มุมปากของผม
แด่อดีตที่หอมหวาน
แด่คืนวันที่แสนพิเศษ
แด่วันวานที่มีวันนี้
แด่ทุกท่าน ...
แด่ทุกคน ....
-------------------------------------------------------------
*ผมมีความสุขมากแม้ในค่ำคืนเดียวดาย
คุณคงไม่เข้าใจ
-------------------------------------------------------------
Dot...space (ดูความจำสั้นฯ รอบสอง)
14 junio บันทึกความรู้สึก 20 : ให้เป็นแบบเดิม....ก็ดีอยู่แล้วเมื่อคืน ในที่สุดก็ตัดสินใจดูหนัง
เรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ จนได้
จากที่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น
ที่มีกับบหนังเรื่องนี้ว่า "เสียดายตัง"
ในแง่ของความเป็นภาพยนต์
สำหรับผมคงพูดได้ว่า "ยังไม่พอ"
หากจะพูดไปเป็นเรื่องๆไป ก็คง..
จูบ .... นึกว่าหนังญี่ปุ่น สุดท้ายแล้ว
แง่คิดก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกให้ความสำคัญ
กับการ "จูบ" มากขึ้นซักนิดเดียว
ความจริงเรื่องนี้อยากลองดูที่สุดในทุกเรื่อง
เพราะผู้กำกับเป็นคนกำกับเรื่อง โลกทั้งใบฯ
หวาน .... เรื่องนี้เนื้อหาผู้ใหญ่พอควร มีประเด็น
เข้าใจได้ ระยะเวลากระชับดี ดาราเล่นดี
สุดท้ายแล้ว ความสุขเราก็เจอมันตั้งแต่วันแรก
ดูเรื่องนี้แล้ว คงเตือนสติหลายๆคนที่คบกับแฟน
มานานๆได้ดีทีเดียว ต่ออายุความรักซะนะ
ฝัน .... บางคนบอกว่าดูเรื่องนี้แล้วหลับ
บางคนเดินออกจากโรง จากที่ได้พยายามอดทนดู
ความจริงเนื้อหาพอจะรับรู้ได้ คอมพิวเตอร์กราฟิก
อยู่ในระดับที่พอรับได้(สำหรับคนอื่นไม่รู้รับได้รึเปล่า)
ปัญหาอยู่ที่เนื้อเรื่องที่ ยืดยาว จนหน้าเบื่อ
ฉาก action ซึ่งน่าจะทราบดีว่าทีมงานยังทำได้ไม่ดี
แล้วก็ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญกับเนื้อเรื่อง จึงคิดว่า
เสียเวลามากกับฉากเหล่านั้น แทนที่ตัวหนังจะกระชับ
ได้มากกว่านี้ โดยรวมทำให้ผมไม่แปลกใจกับเสียง
วิพากวิจารณ์ที่เกิดขึ้น
อาย....
ที่เลือกเขียนเรื่องนี้ทีหลังสุด เพราะผมดันชอบเรื่องนี้มากที่สุด
แม้ดาราชายจะเล่นซะแข็งทื่อ บทพูดจะดูเร่งรีบแต่พอให้อภัย
เพราะหนังมันสั้น จึงต้องเร่งนิดหน่อย แต่ประเด็นหนัง
เข้าใจได้ง่าย หลายๆฉากและคำพูดส่งอารมณ์ถึงความหมาย
ต่อบทสรุปของเรื่อง ฉากสวย เพลงเพราะ
ฉากสวยด้วยความเป็นธรรมชาติ ทุกคนที่เข้าใจมัน
ย่อมต้องการให้มันเป็นแบบนั้น แบบเดิม
อยากปล่อยให้ทุกอย่างที่สวยงามเป็นแบบเดิม
ความสุขที่เกิดขึ้นจากการเพียง
ได้ดู ได้ชม ได้มอง
และเข้าไปสัมผัสเป็นครั้งคราว
เราอาจเป็นแค่เพียง.....
มนุษย์ที่เลวร้าย เมื่อเทียบกับธรรมชาติ
เราจึงอาย ที่จะเข้าไป
และเราจึงละอาย ต่อตนเอง
ละอายต่อความเป็นเรา
------------------------------------------------
ดีแค่ไหนที่รู้ว่าเธอนั้นมีอยู่จริงในโลกใบนี้
เพียงแค่นี้ก็สุขใจ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ ไม่ต้องการ จะครอบครอง เป็นเจ้าของหรือหวังในสิ่งใด ได้แค่ชื่นชมคุณไกลๆ เก็บสิ่งดีๆ นี้เอาไว้ แค่นี้ก็แสนสุขใจ ให้ฟ้ายังคู่ทะเลแบบเดิมของมันก็ดีอยู่แล้ว ให้เธอยังเป็นนางฟ้าแบบเดิมของเธอก็ดีอยู่แล้วนะ ให้ปลาแต่งงานกับปูก็ดูว่ามันไม่ควรเธอว่าไหม ให้ฉันจะคู่กับเธอก็ดูต่างกันเหลือเกินว่าจริงไหม ดีแค่ไหนที่ฉันได้เดินมาเจอกับเธอบนโลกใบนี้ สำหรับฉันคนนี้ได้เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว แค่ได้รู้ แค่ได้รัก แค่ได้ฝันข้างเดียวอยู่ในใจ แค่ได้แอบมองเธอไกลๆ แอบเก็บความลับนี้เอาไว้ เท่านี้ก็ดีแค่ไหน ให้ฟ้ายังคู่ทะเลแบบเดิมของมันก็ดีอยู่แล้ว ให้เธอยังเป็นนางฟ้าแบบเดิมของเธอก็ดีอยู่แล้วนะ ให้ปลาแต่งงานกับปูก็ดูว่ามันไม่ควรเธอว่าไหม ให้ฉันจะคู่กับเธอก็ดูต่างกันเหลือเกินว่าจริงไหม ----------------------------------------------------------------
ความโชคดีของตัวเอกในเรื่องนี้คือ
สุดท้ายแล้ว ธรรมชาติก็พร้อมจะโอบรับเค้า
แม้ต่างกันแค่ไหน เพียงสิ่งเดียวที่ทำลาย
เส้นบางๆของความต่างลงได้
ธรรมชาติ
ความรู้สึกดี
ความชอบ
ความรัก
ขอขอบคุณ
----------------------------------------
ผมมีความสุขดี แม้ธรรมชาติจะไม่ได้เปิดรับผม
เกือบลืมความรู้สึกแบบนี้ ไปซะแล้ว
เพราะไม่ได้เป็นมานาน
คุณทำให้มันเกิดขึ้น
นั่นเพราะคุณมีคุณค่าพอ
มันพิเศษสำหรับผม
และผมคงไม่คิดเข้าไปทำลาย
ธรรมชาติที่สวยงาม
อย่างแน่นอน
------------------------------------------
Dot...space (ก็ดีอยู่แล้ว) 26 mayo จดหมายคิดถึงถึง.... คุณ ผู้ไม่ใช่นางฟ้า
................................................................
สวัสดี....
วันนี้ผมไปเยี่ยมเยียนอดีตมา
ผมจึงเขียนถึงคุณ
ผมได้ไปเจอกับ
พื้นที่ว่างที่เต็มไปด้วยหยากไย่และฝุ่นผง
ผมปัดกวาดมัน
เพียงเพื่ออยากเสพความรู้สึกเป็นสุขเดิมๆที่เคยมี
ครู่เดียว
แสงสีเหลืองปนส้มของแดดยามเย็น
ก็ส่องมายังพื้นที่แห่งนี้
และตัวผมเองก็ต้องตกอยู่ในห้วงของความคิดถึง
โดยไม่ตั้งใจ.....
มันดูยาวนาน และดูแสนสั้น
กับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านพ้นไป
ทำไมเวลาที่ยาวนานไม่ทำให้ผมรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น
แต่เวลาที่แสนสั้นกลับมีคุณค่าอย่างมากมาย
เพียงแค่ตอนนี้
ผมกำลังตกอยู่ในบ่วงกรรมที่ก่อไว้
จึงไม่มีสิทธิ์โอดครวญ
หรือแม้แต่เรียกร้องให้ได้ยินเสียงของคุณ
ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง
ตุ๊กตาไล่ฝนยังไม่อาจหยุดหยดน้ำทั้งหมดทั้งมวล
รอบๆตัวของผมได้เลย
คุณผู้เข้ามาก่อนจากไปพร้อมกับดวงอาทิตย์
หวังว่าจะได้ยินคำกล่าวและรับความรู้สึกจากผม
คำกล่าว
ที่ไม่ต้องเข้าใจ ที่ไม่ต้องจดจำ
แต่ขอให้รู้สึก
ให้รู้สึกว่าผม.... ยังคิดถึงคุณ
ให้รู้สึกว่าผม.... ยังคงอยู่
อยากให้เรื่องราวมันเกิดซ้ำอีกครั้ง
แต่ผมจะขอเปลี่ยนจากสิ่งที่คุณทำให้ผม
เป็นสิ่งที่ผมจะทำให้คุณบ้าง
หวังว่าจะมีโอกาส
แม้จะเลือนลางเต็มที
เพราะตอนนี้คุณอยู่ในที่
ที่สดใส..
ที่อบอุ่น..
ผมจึงต้องยิ้มให้กับคุณ
แม้จะหนาวสั่น
ผมจึงต้องโอบกอดตัวเอง
แทนที่จะได้อยู่ข้างๆคุณ
ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว
เวลาก็เดินไป
ผมปิดเพลง แต่เปิดความทรงจำ
ฟังมันเบาๆ บนโซฟาสบายๆ
เขียนสิ่งที่ไม่มีวันกล้าบอกเป็นคำพูด
แต่ถึงตอนนี้ผมกล้าที่จะบอกแล้วจริงๆ
คุณก็ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้...อีกแล้ว
ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้...อีกแล้ว
ผมฟังความทรงจำ
ที่กำลังบรรเลง
หวังว่าคุณจะฟังมันบ้างในบางที
และคิดถึงผมขึ้นมาบ้างในบางครั้ง
ถ้าเป็นเช่นนั้นผมคงมีความสุขมาก
จดหมายฉบับนี้ก็เช่นกัน คงมีความสุขไม่น้อย
แม้มันจะยืดยาว และจับใจความสำคัญไม่ได้มากนัก
เพราะคนเขียนไม่ได้เก่งกาจสามารถอะไร
แค่เพียงจะพูดกับคุณตรงๆยังทำไม่ได้
แต่จดหมาย
เป็นสิ่งที่เขียนด้วยความรู้สึกเพื่อส่งให้กับใครซักคน
ใครซักคนที่พร้อมจะเปิดอ่านได้ทุกเมื่อทุกเวลา
และหยิบมันขึ้นมาอ่านซ้ำได้ตราบจนมันบุบสลายไป
ผมหวังว่าคุณจะอ่านมันบ้าง
และอ่านผมบ้าง
ผมหวังว่าคุณจะเปิดอ่านมันเมื่อถึงเวลา
แล้ว....
ผมจะอยู่ตรงนี้
จนกว่าจะตายจากไป
........................................................
แค่คุณ ที่ผมคิดถึง
จาก ... หมีขนประหลาด
ปล. ผมเขียนจดหมายรักไม่เป็น
จึงขอส่งจดหมายฉบับนี้ให้กับคุณแทน
---------------------------------------------------------
Dot...space (เขียนจดหมายถึงคุณ)
12 mayo กาละ และ เทศะที่ไม่ต่างกันเหมือนเดิมๆ เวลาชะรอย ทุกคนเช่นกัน ไม่เฉกเช่นเดียวกับตัวผม แล้วก็คงไม่นาน เวลาจะชะรอย จากทุกสิ่ง จากทุกผู้ ไปอย่างหมดสิ้น เพราะมนุษย์นั้นแปลก ชอบกายะ มากกว่า จิตตะ แล้วก็คงไม่นาน ความรู้สึกดี ความสุข จะสูญหาย เพียงแต่มันยังคงอยู่ดี ในตัวข้า หัวใจข้า จนวันวางวาย -----------------------------------------------------------------
อาจบอกได้ว่าผมเป็นผู้ชำนาญในการลืมก็ว่าได้
ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจใดอยู่กับผมได้นานเท่าที่ควรจะเป็น
นั่นเพราะสมองในส่วนที่ดูแลจัดการเกี่ยวกับความสุขของจิตใจ
นั้นสั่งการออกมาอย่างชัดเจนว่า
"มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจำเอาเสียเลย"
น่ายินดี สำหรับแนวความคิดอันแสนสั้นที่ใช้ทรัพยากรเวลาเพียงนิด
หากเพียงแต่ สิ่งเดิมสิ่งเดียว ไม่อาจสั่งงานสมองอีกส่วนนึงได้
สมองส่วนที่ควบคุมจิตสำนึกและตัวตน
นั้นทำให้ผมระลึกได้เสมอถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ถึงความสุขในอดีตที่ไม่มีวันห่างหาย
ไม่ใช่ด้วยเวลา ที่มัดความทรงจำไว้
เพราะเวลามักพัดพาเราไปจากจุดเดิมเสมอๆ
เราทำหน้าที่สั่งตนเองให้เดินไป
หรือเดินกลับไป
หรือชำเลืองมองไป
ผมเลือกที่จะชำเลืองมอง
เพราะไม่ต่อต้านธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลง
และใน ขณะเดียวกัน ไม่ทิ้งขว้างความทรงจำ
คุณอาจมองเห็นภาพเสมือนคร่าวๆหากลองจินตนาการถึงมันดู
อาจเป็นกระจกที่ไม่ส่องความเป็นจริง
แต่อาจเป็นกระจกที่ส่องอนาคตของคุณ
ขอบคุณ กาละ
ที่นำพาเทศะในครั้งนี้
ความเก่งกาจในการหลงลืมของผม
จึงพ่ายแพ้ให้กับพวกคุณอย่างราบคาบ
คุณผู้อยู่นอกกระจกแห่งความทรงจำ
แม้ทุกอย่างจะยังคงอยู่ดี
จาก เรา ถึง เรา
--------------------------------------------------------------
Dot...space(มนุษย์กลายพันธุ์) 18 abril ความรู้สึกภายนอกเป็นครั้งแรกเลยหล่ะมั้งเนี่ยที่อยากอัพสเปช
โดยไม่เขียนอะไรจากสมองของตนเอง
แต่เปลี่ยนเป็นเขียนจากความรู้สึกภายนอกตัวเอง
ความรู้สึกที่วนเวียนและล่องลอยอยู่รอบๆตัว
เพียงแต่วันนี้เราจะคว้ามันมาอธิบายสิ่งดีๆ
ส่งต่อให้กับคนทุกคน
เนื่องมาจากได้ไปแวะๆเวียนๆ สเปชของหลายๆคนมา แล้วก็ประทับใจกับตัวหนังสือเหล่านั้น
ประทับใจมากพอที่จะนำตัวหนังสือเหล่านั้นมาเขียนซ้ำ
ครั้งนี้ขอยก ตัวหนังสือและข้อความดีๆจาก สเปชของคุณ Chonthicha M.
มาให้หลายๆคนที่อาจไม่มีโอกาสได้อ่าน ได้อ่านกัน
โดยข้อความที่ผมยกมา เป็นเพียงบางส่วน
เป็นส่วนที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และที่สำคัญ
มันแทนความรู้สึกของผมทั้งหมดที่มีให้ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ได้อย่างดีทีเดียว
--------------------------------------------------------------------------
ทำไมคนที่เรารักมากที่สุด...
เรากลับเกรงใจน้อยที่สุด...
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเป็นกันเหมือนกัน เรายอมอ่อนน้อมถ่อมตน พูดเพราะ เข้าใจอะไรง่ายๆ กับ "คนอื่น" แต่กับคนที่เรารักหรือรักเรา คนที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด บางครั้ง...เรากลับเมินเฉยต่อเขา เราเกรงใจคนแปลกหน้า ที่เขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเราเลย แต่กับคนที่เขาแคร์เรา และเราแคร์เขามากๆ เรากลับทำอะไรโดยไม่เกรงใจเขา
เราทำดี..พูดดี..กับใครได้หลายคน แต่กับคนที่เราเรียกว่า "คนกันเอง" เรากลับไม่ค่อยได้ทำอะไรให้เขาปลื้มใจ หรือแคร์อารมณ์เขาเลย เหมือนอย่างบางคนระยะจีบกันแรกๆ
เอาอกเอาใจสารพัด พอเป็นแฟนกันแล้ว ฝ่ายหญิงกลับรู้สึกว่าฝ่ายชาย "เอาใจ" น้อยลง และ "เอาแต่ใจ" ตัวเองมากขึ้น คำพูดหวานๆ หายจากไป
พร้อมกับคำว่า... "อยู่กับเราเขาเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เพราะไว้ใจเราที่สุด" แต่ความรัก.. นอกจากจะเป็นการถ่ายเท ความเป็นตัวของตัวเองแล้ว ก็น่าจะมีการถ่ายเท ความอ่อนโยน..ความเอาใจใส่.. และดูแลซึ่งกันและกันพ่วงไปด้วย ฉันอยากให้คนที่รักกัน.. มองอีกฝ่ายว่าเป็น "คนพิเศษ" เพราะน้อยคนนักที่จะเกิดมาให้เรารักได้อย่างนี้ สิ่งที่ปฏิบัติต่อกัน ก็ควรจะมีความพิเศษ...เหนือคนอื่น พิเศษทั้งการให้และการรับ เป็นความพิเศษที่ทำให้หัวใจทั้งสองฝ่ายอิ่มเอม แล้วลองตอบคำถาม ซิว่า...
เวลาที่คุณโดดเดี่ยวระหว่าง
คนแปลกหน้ากับคนพิเศษ
เรามองหาใคร?? -----------------------------------------------------------------
การที่จะต้องเลือกระหว่างคนที่เรารัก กับ คนที่เค้ารักเรา ไม่ว่าอย่างไหน มันก็เจ็บปวด ด้วยกันทั้งนั้น มันเจ็บต่างกัน ตามความเข้มแข็ง ของใจ คน ๆ นั้น
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้คือ… มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ก็คงจะต้องการเพียงแต่เพื่อนคู่ชีวิต สักคนคนที่อยู่กับเราเสมอ ไม่ว่ายามทุกข์ยาก ลำบาก หรือผ่านความเป็น ความตายมาด้วยกัน
คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณแต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็น ยายแก่ หนังเหี่ยว หัวล้าน พุงย้อยยาน เค้าก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกับคุณ แต่คนที่ว่ามานี้ คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุขอยู่เสมอ
ในยามที่ชีวิตคุณยังเป็น ผู้เลือก ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่ ในยามที่คุณยังมีหน้าตา มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอยู่ คุณอาจจะต้องนึกถึงเค้าอีกทีในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว
ในยามที่คนที่คุณคิดว่า "ใช่ "เค้าก็ไปกับคนใหม่ที่เค้าคิดว่า ใช่ มากกว่าคุณเหมือนกัน อย่าปล่อย ให้คนที่เค้ารักเรารอนาน... ... ... เพราะว่าหากวันที่เราไม่เหลือใคร วันที่เรารู้ใจตัวเอง วันนั้นอาจจะเป็นวันที่เค้าก็เข้มแข็ง อยู่ได้โดยที่ไม่มีเรา หรือไปกับคนที่พอดีกับเค้าแล้วก็ได้ บางทีคนเราไม่ได้หาคนที่ดีพอ เพียงแต่หาคนที่พอดีกัน ...เท่านั้นเอง... --------------------------------------------------------------------------
ปล. ขอบคุณข้อความดีๆที่เขียนขึ้นมาจากความรู้สึกนะครับ
และขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการ แหะๆ
--------------------------------------------------------------------------
Dot...space(พูดจากใคร)
09 abril บันทึกความรู้สึก 19 : พระเจ้า...อีกครั้งปล.
บล็อกนี้ไม่มีเนื้อหาสาระใดๆ เหมือนบล็อกอื่นๆที่ผ่านมา
แถมแฝงไปด้วยสีเทาๆ ดำๆ ตลอดทุกตัวอักษร
หากท่านกำลังมีความสุขกับชีวิต
ให้ข้ามบล็อกอันนี้ไป
แต่ในอีกมุมนึง
มันอาจเป็นเรื่องตลก คลาดเครียด
เพราะคุณก็ไม่ได้รับรู้สถานการณ์จริง
ทั้งหมดอยู่แล้ว ขอให้มีความสุข ^^
หากไม่ได้สนใจอย่าพยายามอ่านเลยครับ
เพราะคงไม่รู้เรื่องแน่ๆเลย ฮ่าๆ
---------------------------------------------------------------------------
ผมเขียนถึงพระเจ้าอีกแล้ว
ครั้งที่สองแล้ว
พระเจ้าในที่นี้ไม่ใช่พระเจ้าที่คุณรู้จักนะ
มันเป็นมโนภาพที่ผมสร้างขึ้น
มันเป็นพระเจ้าของผม
พระเจ้าของผมไม่ได้กำหนดชะตาชีวิตของผมซักนิดเดียว
สิ่งที่เค้าทำเป็นเพียงอย่างเดียว
คือลงโทษถึงสิ่งที่ผมเคยทำไม่ดีให้กลับคืนมา
และเมื่อก่อนผมคงเคยทำมันไว้เยอะมาก
แต่ผมไม่รู้หน่วยวัดของเค้าหรอกนะ ว่ามันเยอะหรือน้อย
แล้วต้องชดใช้เท่าไหร่มันถึงจะครบถ้วน
เราจะได้แยกกันอยู่อย่างสงบ
ผมต่อสู้กับเค้าเงียบๆด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
จนลืม!!!
ลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่เค้ามักจะแฝงตัวมาเงียบๆ
ในความสุขนั้นเช่นกัน
เพื่อทำให้เส้นเชือกแห่งความสุขของผมสั่นคลอน
ครั้งที่แล้วที่ผ่านมานับว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่
ของท่านก็ว่าได้
ปีก่อนผมแทบกระอัก
ล้มฟุบลงไป เจ็บแทบขาดใจ
ทั้งเจ็บทั้งท้อแท้ และผิดหวัง
แต่ก็รับมันด้วยรอยยิ้ม
และหวังว่าจะเพียงพอแล้ว
ไม่โทษใครเลย
ไม่ใช่เพราะเธอ
ไม่ใช่เพราะท่าน
เพราะตัวผมเอง
แล้วท่านก็หายไป หายไปนาน
จนผมลืมเลือน
แต่ครั้งนี้ท่นกลับมาแล้ว
มาแสดงตัวตนว่าท่านยังอยู่
ครั้งที่แล้วว่าหนักแล้ว แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกดีๆ
มันจบลงไม่ดีนัก แต่ผมเข้าใจ
แต่ครั้งนี้มันหนักเกินกว่าที่ผมคิดไว้มาก
ครั้งนี้ผมไม่ยอมแพ้ท่านแล้ว
ผมพยายามแม้ผิดพลาด
แต่ครั้งนี้ท่านใช้วิธีสกปรกนี่หน่า
ท่านแฝงตัวอยู่เบื้องหลัง ไม่ปรากฎตัวออกมา
ผมเด็ดขาดโดยล้มเลิกสิ่งที่ตัวเองทำมา
ผมพูดกับท่านตรงๆ
แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
แต่ท่านไม่ตอบผม
หากไม่แม้ซักคำผมก็ยังพอรับได้
แต่ครั้งนี้ท่านเอ่ยวาจา
วาจาที่ผมไม่เคยตั้งใจฟังมาก่อน
และวาจานี้มันช่างแสนวิเศษ
ผมยิ้มรับทั้งน้ำตา
และพาตัวเองกลับสู้ที่ของตน
ที่ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
มีความสุขที่สุด
ก่อนที่จะมาได้รับรู้ว่า
ทั้งหมดที่ผมได้ซาบซึ้งนั้น
ไม่ใช่ความจริงใดใดเลย
ไม่ใช่เลย
เพื่อนผมคนนึงบอกว่า
สิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุด ก็คือ "คำพูด" นี่แหละ
ครั้งนี้แทบตายเลย
หายใจไม่ออก
นั่งลงกับพื้น
แล้วแหงนมองท่านด้วยความน้อยใจ
ผมน้อยใจจริงๆ
ผมขอโทษ
ไม่รู้กี่ครั้ง
ต่อกี่ครั้ง
ผมทบทวนไม่รู้กี่ครั้ง
ว่าผมสมควรได้รับสิ่งนี้จริงๆหรือ
ผมสมควรชดใช้ขนาดนี้กันมากมายขนาดนี้เลยหรอ
ผมทำผิดมากเลยใช่มั้ย
กับเรื่องที่ผมไม่ตั้งใจ
และมันผ่านไปนานมากแล้ว
ผมเสียใจ
ครั้งนี้ท่านทำสำเร็จ
ผมเสียใจ
และเศร้าใจ
ครั้งนี้ก็เช่นเดิม
ไม่มีใครผิดอีกแล้ว
ไม่เลยซักคน
ผมอยากจะให้มีใครซักคนผิดบ้างจังเลย
รวมทั้งตัวท่านเองด้วย
และผมจะดูแลท่านเอง
ผมจะปลอบโยนท่าน
โดยไม่แค้นเคืองถึงเรื่องที่ผ่านมา
เพราะผมจะรู้ดีที่สุดว่าท่านเศร้าโศกเพียงใด
แล้วท่านหล่ะ
รับรู้ถึงความรู้สึกของผม
ตอนนี้บ้างรึเปล่า
^^
T T
ซักนิดก็ยังดี
-----------------------------------------------------------------------------
Dot...space(ขีดเส้น จบบรรทัด)
28 marzo คนที่มีค่าที่สุดNo man or woman is worth your tears and the only
one who is, will never make you cry. ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้อง เสียน้ำตาให้ ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด ผมไปเจอประโยคนี้จาก blog ของคนรู้จักโดยบังเอิญ
ทันทีที่ได้อ่าน รู้สึกเหมือนนาฬิกาที่อยู่รอบๆตัวผมหมุนวนผิดปรกติ
ผมนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เหมือนภาพฉายซ้ำ
แต่กลับแทรกไปด้วยความรู้สึกของวันพรุ่งนี้
ผมเห็นคนที่ต้องเสียน้ำตากับความรักมามากมาย
ซึ่งในแต่ละคนก็มีเหตุผลต่างๆนาๆของตนเอง
อาจเพราะ... เสียใจ
อาจเพราะ... ผิดหวัง
อาจเพราะ... ท้อใจ
และสำหรับบางคนอาจเพราะมันเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ
ผมเสียน้ำตาง่ายๆให้กับความประทับใจมากกว่าความเสียใจ
และคิดว่าทุกคนรอบๆตัวมีคุณค่าพอให้เราประทับใจ
และเสียน้ำตา
แต่ในขณะที่ประโยคนี้ผุดขึ้นมาตรงหน้า
มันได้ส่งผลกระทบต่อความคิดเดิมๆของผมเป็นอย่างมาก
ผมจึงทบทวนถึงการกระทำของตนเองในอดีต
ว่าผมทำตัวให้มีค่าพอสำหรับทุกคนรึเปล่า
คำตอบที่ได้คือ
"ผมพยายาม"
แต่ผลของความพยายามนั้นอาจดีหรือร้ายผมก็คงไม่อาจทราบได้
แต่ก็ยังดี ที่ได้พยายาม
แต่พอลองทบทวนไปอีกครั้ง
จากประโยคข้างบนนี้
ว่ามีซักคนมั้ยที่มีคุณค่าสำหรับผม
ผมกลับไม่พบใครเลย...
ท่ามกลางความมืดมิด
มีเพียงแสงเทียนเล่มเล็กๆปรากฎออกมา
"แม่" เป็นคนแรกและคนเดียวที่ผุดขึ้นมาในสมองของผม
อาจจะเป็นเรื่องน่าน้อยใจอยู่บ้างทั้งที่ชีวิตผมผ่านพบผู้คนมากมาย
แต่คนที่มีคุณค่า คนที่ใส่ใจถึงความรู้สึกของเราอย่างแท้จริงกลับมีเพียงคนๆเดียว
ทั้งที่เราก็เคยพยายามทำสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นไปตั้งมากมาย
ถึงจะอย่างไร แม้จะมีเพียงคนๆเดียว
แต่ผมก็ดีใจ
และปลาบปลื้มใจ
ขอบคุณนะครับ...
สำหรับผู้หญิงคนนึง คนนี้
*และหวังว่าซักวันผมจะเจอคนที่มีค่าที่สุดในชีวิต
...คนต่อไป
-------------------------------------------------------------------------
Dot...space(หมี หมี หมี) 26 marzo บันทึกความรู้สึก 18 : ฤดูร้อนนี่เป็นช่วงซัมเมอร์ ถ้าเป็นปีก่อนๆหน้านี้ คงเป็นฤดูแห่งการพักผ่อน
วันนี้ใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการอ่านการ์ตูนของอาดาจิอีกครั้ง
ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบที่หยิบมันขึ้นมาอ่าน
และพอวางมันลง
หัวใจของผมมันก็รู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก
เป็นการ์ตูนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของ
ความฝัน
และความรัก
ทุกครั้งที่ได้อ่านก็รู้สึกต่างๆกันออกไป
และครั้งนี้
เป็นอีกครั้งที่อาดาจิบอกกับผมเบาๆอย่างไม่ได้ตั้งใจว่า
ที่ผ่านมาผมช่างงี่เง่าเหลือเกิน
ผมตัวเล็กนิดเดียว และอยู่ในโลกแคบๆของอารมณ์
อีกครั้งที่ผมได้สติ
ผมจึงลืมตาตื่นมาพบความสุขอีกครั้ง
ความสุขที่เผลอมองข้ามไป
เพลงเก่าๆตอนนี้เปิดฟังแล้วเพราะกว่าที่มันเคยเป็น
ความรู้สึกดีเดิมๆที่ซ่อนอยู่ในซอกหลืบของความทรงจำ
ก็กลับมาสร้างรอยยิ้มให้ผมอีกครั้ง
การมีชีวิตอยู่มันดีอย่างนี้นี่เอง
การที่มีพวกคุณอยู่ในชีวิตผม
เป็นโชคดี...ที่สุดเลย
---------------------------------------------------------------
ปล. อาดาจิเป็นนักเขียนการ์ตูนคนหนึ่ง
ผลงานเช่น ทัช เอชทู ราฟ มิยูกิ ฯลฯ
---------------------------------------------------------------
Dot...space(ราฟ ดีไซน์) 19 marzo บันทึกความรู้สึก 17 : ทะเลที่คิดถึงไม่ได้ไปทะเลมาเกือบหนึ่งปีเต็ม
แม้ไม่เจอหน้ากันนานเพียงใด
แต่ทะเลไม่เคย เปลี่ยน
ความรู้สึกที่มอบให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามา
ความผ่อนคลาย
ลมเย็นๆ
เสียงคลื่นเบาๆ
ความอิ่มเอม
และที่ขาดไม่ได้
....ความคิดถึง
เค้าว่ากันว่า คำ ที่คนใช้กันมากที่สุดในจดหมายรัก
ไม่ใช่คำว่า "รัก"
แต่เป็นคำว่า "คิดถึง"
นั่นหมายความว่าเศษเสี้ยวหนึ่งของคำว่าความรัก
อาจมีความคิดถึงผสมรวมอยู่ด้วย
เมื่อไหร่ที่คุณได้อยู่ในที่ที่ดีๆ
บรรยากาศดีๆ
คุณคิดถึงใคร....
เมื่อไหร่ที่คุณทานอาหารรสชาติดีๆ
คุณคิดถึงใคร....
เมื่อไหร่มีเสียงเพลงที่ทำให้คุณยิ้ม
คุณคิดถึงใคร....
ไม่ว่าคุณจะยิ้ม หัวเราะ เศร้าใจ คุณกำลังคิดถึงใคร
ใครซักคนที่มีความสำคัญ
ใครซักคนที่พิเศษมากพอจะเข้ามาอยู่
เป็นส่วนหนึ่งของห้วงความคิด ณ ขณะนั้น
ใครซักคนที่ในช่วงเวลานั้น
อาจกำลังคิดถึงคุณเช่นกัน
หากความรู้สึกคิดถึงเดินทางมาพบเจอกัน
ผมไม่เห็นเหตุผลใดเลยที่จะทำให้คนทั้งสองไกลห่างกัน
ตราบใดที่คุณยังนึกถึงและคิดถึงกันเสมอ
ผม...อยู่ที่ริมทะเล
คุณ...อยู่ที่ไหนซักแห่งบนโลก
เราจับมือกัน มองไปตรงที่ปลายขอบฟ้า
...พระอาทิตย์กำลังขึ้น
...มือซ้ายจับมือขวา
...ทะเลของเรา
...........................................................
Dot...space(ริมทะเล)
11 marzo บันทึกความรู้สึก 16 : สิ่งที่...สิ่งที่ผมถนัด
- คิดไปเอง
- ไร้สาระ
- เหตุผล
- ฝัน
- ยิ้ม
- นอน
- อดนอน
- ทำงาน
- ไม่ทำงาน
- กิน
- ไม่กิน
- หัวเราะ
- ร้องไห้
- เหงา
- นึกถึง
- ยอม
- เบื่อ
- พยายาม
- งอน
- ถูกงอน
- ฉลาด
- โง่
- จำ
- ลืม
- หึง
- เชย
- เดิน
- วิ่ง
- ยืน
- รอ
- รอ
- รอ
- รอ
- รอ
- รอ
- รอ
- รอ
.........
สิ่งที่ผมถนัด
*และบางทีถูกยัดเยียดให้ถนัด
-----------------------------------------------------------
Dot...space (วันนี้ไปว่ายน้ามมา)
07 marzo ความคิดทันทีที่มีสิ่งเร้า
ความคิดของมนุษย์เราจะโลดแล่นอย่างควบคุมไม่ได้
การคิดที่มากจนเกินไป
นั่นมักจะสร้างภาพแห่งการคาดเดา
การคาดเดาซึ่งไม่ใช่ความจริง
จินตภาพเหล่านั้นจะปั่นทอนความรู้สึกดีๆ
ปั่นทอนความสัมพันธ์ ในโลกแห่งความเป็นจริง
อารมณ์จะเข้าควบคุมสมองบดบังเหตุและผล
และแม้จะเป็นดังที่กล่าวมา
ก็ยังคงมีผู้คนมากมายที่ยังคงคิดมาก
ผู้ชายหลายต่อหลายคนได้ปล่อยให้ความคิดมาก
มาควบคุมจนทำเรื่องงี่เง่าออกมาอย่างไม่รู้ตัว
จากความรู้สึกดีๆกลับกลายเป็นผลร้าย
เพราะการแสดงออกที่ผิดวิธี
แต่....
ผู้ชายจะงี่เง่าและคิดมากเฉพาะกับคนที่พิเศษเท่านั้น
ถ้าเป็นคนที่เราไม่ได้รู้สึกพิเศษ
เราจะเป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ได้บอกให้คุณยอมรับความงี่เง่าของเค้าเหล่านั้น
แค่อยากบอกให้คุณเข้าใจพวกเค้า
เข้าใจความรู้สึกจริงๆของพวกเรา
ทันทีที่เรารู้สึกตัว มันก็รู้สึกผิดมากมายเกินพอ
ทั้งการที่ทำให้ต้องรู้สึกลำบากใจ
ทั้งเวลาที่เสียไปกับความกังวล
ไม่ได้มีสิ่งใดดีกับใครเลย
และถึงแม้มันจะเกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ก็ตาม
แต่เราจะพยายามควบคุมมัน
พยายามอย่างถึงที่สุดไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
นั่นเพราะคุณ
คุณก็ลองพยายามซักเพียงนิด
ดูแลตัวเองเยอะๆ
เพื่อตัวคุณเอง
อย่าทำให้คิดมากอีกเลย
----------------------------------------------------------
แด่ทุกคนที่เคยรู้สึกเช่นนี้และอยากระบายมันออกมา
แด่ทุกคนที่ตอนนี้รู้สึกเช่นเดียวกัน
----------------------------------------------------------
Dot...space(ขอโทษที) 24 febrero ความรักบางทีผมก็อยากเขียนถึงเรื่องที่ผมไม่เคยรู้จัก
แต่ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำคำนี้ แต่ผมมักจะประทับใจเสมอๆ
เวลาผู้คนกล่าวมันออกมา และแสดงออกบางสิ่งบางอย่างให้แก่กัน
"พรุ่งนี้จะทำยังไง"
เพื่อนผมคนนึงถาม หลังจากพึ่งเลิกกับแฟน
นั่นสินะ วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
ผมก็คงตอบไม่ได้ ใครก็คงตอบไม่ได้
เพียงแต่ว่า มันเป็นประโยคคำถามที่แสดงให้เห็นว่า
สิ่งที่กำลังจะหายไป นั้นสำคัญเพียงใด
อีกประโยคนึงที่เพื่อนผมพูดถามตัวเองและอาจจะถามเธอด้วย
"ชีวิตคนเราต้องการอะไรมากวะ มีความรักดีๆ ก็พอแล้ว"
ทั้งเค้าและเธอ อาจไม่ได้ดีสมบูรณ์
ไม่ได้อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดเวลา
มีบ้าง ไม่เข้าใจกัน
แต่ชีวิตคนเราจะต้องการอะไรมากนะ
ก็อย่างที่มันบอก แค่รู้ว่ามีใครซักคนพร้อมอยู่กับเรามันก็น่าจะพอแล้ว
เพียงแต่ เวลา มันจะนำพาบางอย่างเข้ามาและออกไป
"เค้าดีกว่ากู ก็ตรงที่ไม่เคยทำให้เธอเสียใจ"
ยิ่งอยู่ด้วยกันไปนานๆ
เดินไปด้วยกัน
ก็ย่อมต้องเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย
ทั้งดีและร้าย
นั่นทำให้รักที่อยู่ในช่วงแรกๆ มักจะดูสดใสและมีความสุขมากกว่า
แต่มั่นใจ?
มั่นใจแค่ไหน
และหากคุณพยายามจะมองหาความรักที่ดีๆกว่าที่มี
รับรองได้ว่า โลกนี้มันยังมีอีกเป็นล้าน ความรักดีๆหน่ะ
แล้วคุณหล่ะ จะหยุดอยู่ตรงไหน หรือจะเดินหามันไปเรื่อยๆ
ลองถามข้างในลึกๆ
หาก ณ จุดนี้ ยังมีคนที่พร้อมจะรออยู่
ลองวนกลับไปประโยคเดิมๆ
"ชีวิตคนเราต้องการอะไรมากวะ มีความรักดีๆ ก็พอแล้ว"
คุณอาจต้องลองชั่งน้ำหนักกับความรู้สึกฉาบฉวย
หรือว่าสิ่งดีๆที่มีอยู่ ถึงแม้บางทีมันไม่ได้ดีและสวยงามตลอดเวลา
แต่มันมีอยู่อย่างแน่นอน และมั่นใจกับมันได้
และหากได้ย้อนทบทวนเช่นนี้แล้ว
"พรุ่งนี้จะทำยังไง"
คำถามนี้
คงไม่มีวันเกิดขึ้นอีก
ทั้งกับเค้า
และกับเรา
..................................................................................................
Dot...space(แด่ความรักของเพื่อน) 22 febrero shortstory 35 : ชั่วครู่ (worthlessness)worthlessness
.......................................................
ชายหนุ่มเดินผ่านมาอย่างไร้จุดหมาย ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในรอบสองสามวันมานี้
.
.
.
"ซื้อ มั้ยจ๊ะ" เสียงแหบๆของยายแก่ซึ่งฟังดูราวกับพยายามยัดเยียดบางสิ่งบางอย่าง
บางสิ่งที่น่าสงสัย และไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่งยวด
สิ่งที่ยายแก่หยิบยื่นให้กับชายหนุ่มนั้น
เป็นเพียง ต้นไม้เล็กๆ หรือควรจะเรียกมันว่า เศษซากต้นไม้เสียมากกว่า
เพราะนอกจากลำต้นที่ดูแห้งเหี่ยวของมันแล้ว
มันยังเหลือใบเพียงใบเดียว
ชายหนุ่มฉุกคิดอยู่สองสามวินาที
ก่อนจะจ่ายเงินและรับมันมาพร้อมกับออกเดินต่อไป
............หนทางยาวไกลนัก
หากคนเราพยายามที่จะเดินทางไปข้างหน้า
กว้างใหญ่จนบางที่อาจดูไร้จุดหมาย
บางคนบอกว่า ต้องผ่านอะไรมากมาย
บางคนบอกว่า ได้ผ่านอะไรมากมาย
นั่นเองทำให้ชายหนุ่ม
ได้ออกเดินทาง ไม่ใช่ ต้องออกเดินทาง
"นี่นายไม่ได้คิดเลยใช่มั้ยที่ซื้อมันมา"
คนแปลกหน้าที่ชายหนุ่มเจอระหว่างทาง ถามด้วยความสงสัยปนเย้ยเยาะ
"มันไม่มีเหตุผลที่นายจะไปซื้อต้นไม้ที่ใกล้ตาย"
ชายหนุ่มยืนนิ่งประมาณสองสามวินาที ก่อนจะบอกกับชายแปลกหน้าว่า
"เราคิดแล้ว เราลองคิดทบทวนหาเหตุผลที่เราไม่ควรซื้อมัน"
"และเราพบว่า มันไม่มี"
ชายหนุ่มพูดจบพร้อมกับออกเดินต่อ
แต่ชายแปลกหน้าก็ยังไม่ละความพยายามที่จะซักถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ราวกับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่โต และโง่เขลา ที่คนคนหนึ่งนำสิ่งมีค่า
ไปแลกมาซึ่งความว่างเปล่า
"แล้วนายจะทำอย่างไร อีกไม่กี่วันหรอกมันก็จะตาย "
"ถ้านายไม่รีบรดน้ำและดูแลมันให้ดีกว่าการพามันออกมาเดินตากแดดตากลมโดยไม่มีจุดหมาย"
"หรือนายไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ว่ามันจะเป็นหรือตาย"
ชายหนุ่มได้ฟังคำถามที่แสนหยาบและไร้ซึ่งความเข้าใจ
ถึงกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
"หากมีน้ำเราจะรดน้ำ"
"หากเราหยุดได้เราจะไม่เดิน"
"หากแต่....เราไม่สามารถทำมันได้"
ชายหนุ่มยังคงเสียใจกับถ้อยคำที่จำเป็นต้องเอ่ย
แต่คนแปลกหน้าหารู้สึกตัวไม่
"งั้น นาย จงส่งมอบมันให้แก่เรา"
"เราจะดูแล ยิ่งกว่าที่นายควรพยายาม"
เสียงรอบๆข้างดูเงียบและสงบ
เวลาผ่านไปชั่วครู่
ชั่วครู่ที่ชายหนุ่มหยุดคิดอีกครั้ง
ชั่วครู่กับถ้อยคำสนทนาทั้งหมดทั้งสิ้น
ชั่วครู่กับเวลาซึ่งชายหนุ่มเดินถือต้นไม้ที่ใกล้ตาย
ชั่วครู่กับภาพต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตและสวยงาม
บางสิ่งซึ่งแอบแฝงตัวอยู่ในซอกหลืบเล็กๆ
ก็ค่อยๆปรากฎออกมา
แต่ถึงกระนั้น....
"นายไม่ต้องกลัวสิ่งใดชายแปลกหน้า"
"สิ่งนี้นายจะได้มันไปอย่างแน่นอน"
"หากมันเจียนตายเต็มที มันจะดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด"
"นายจะได้มันไป"
ชายหนุ่มส่งยิ้มที่เปื้อนคราบน้ำตา
"หรือความจริงแล้วจะอย่างไร..."
"นายก็จะได้มันไปอยู่ดี"
"หากว่าเรา"
"กำลังจะตาย"
-------------------------------------------------------------------
ในห้วงเวลาอันไกลโพ้น มีเสียงหัวเราะเบาๆของยายแก่และซากต้นไม้
พร้อมกับส่งสายตาเวทนาให้แก่คนทุกคน
-------------------------------------------------------------------
Dot...space(จุด)
17 febrero มู 12 : ความผูกพันธ์อนาคต
ภาพอดีต
ความพยายาม
ดีบ้าง
ร้ายบ้าง
แค่บางครั้ง
ระยะเวลา
เส้นทาง
ก่อความสัมพันธ์
อดีต
ปัจจุบัน
ยังคงพยายาม
ต่างรอคอย
ความสุข
ของตนเอง
-------------------------------------------------------
Dot...space(เริ่มผูกพันธ์) 14 febrero วาเลนไทน์วาเลนไทน์มักจะมีฝ่ายหนึ่งได้รับเสมอๆ
บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่ามันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
แต่สุดท้ายเราก็ต้องทำบางสิ่ง
นอกเหนือตรรกะบางประการ
บางสิ่งซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญ
กับทุกคนที่สัมผัส
มันจึงเป็น วาเลนไทน์
ที่ไม่เหมือนกัน
นั่นเพราะผมกำลังมองไปยังเบื้องหน้า
แต่คุณกำลังหันหลัง
เราอาจพบเจอกัน หากผมถอยไปซักเพียงนิด
และคุณเดินไปข้างหน้าอีกหน่อย
แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
นั่นทำให้ ณ ตรงนี้ มีเพียงวาเลนไทน์
แต่ไร้ซึ่งคุณกับผม
หากนั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการ
คุณก็ควรได้รับมัน
สุขสันต์วาเลนไทน์ของคุณ
และแม้ว่า......
-------------------------------------------------
Dot...spcae(มันเป็นแค่วันธรรมดาๆที่ซบเซา) 10 febrero อาหารเมื่อวานนี้ผมกินอาหาร
พวกคุณก็คง "กิน" เช่นเดียวกับหลายๆคนบนโลกใบนี้
แต่ไม่ใช่ทุกคน
ผมกินข้าวอิ่ม แต่รู้สึกว่าไม่ได้สัมผัสถึง "อาหาร" เลยซักนิด
เราใช้ชีวิตเพลิดเพลินเสียจนเข้าใจความเป็นอาหาร
ได้เพียงแค่ว่า...
อร่อย...
ไม่อร่อย...
ผมกินอิ่ม เดินผ่านฟุตบาทบริเวณหน้ามหาลัย
สายตาผมเหลือบไปเห็น ชายเร่ร่อนคนหนึ่ง
กำลังนั่งกิน อาหาร อยู่กับพื้น
แต่อาหารของเค้าช่างยิ่งใหญ่
แม้มันจะเป็นเพียงข้าวเปล่าหนึ่งถุง
และต้มจืดหนึ่งถุง
แววตา...
ความหิว...
ร่างกายที่ขาดอาหารมาไม่รู้กี่มื้อ
อาหาร สิ่งซึ่งจะทำให้เค้ายังมีวันพรุ่งนี้
เช่นเดียวกับคนอีกหลายๆคนในสังคม
เค้ากิน อย่างไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
ไม่สนใจว่าใครจะเดินผ่านไปมา
แล้วมองเค้าด้วยความน่าสมเพช
แต่สำหรับผม
ผมเห็นพลังของการมีชีวิตอยู่
อาหารซึ่งเมื่อก่อนมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใด
กว่าจะได้มา
ต้องปลูกข้าว...
ต้องเลี้ยงสัตว์...
ต้องเข้าป่าไปหาอาหาร...
ต้องนำสิ่งที่หามาได้มาแลกเปลี่ยนกัน
และสิ่งที่เราได้กลับมา มันคืออาหารจริงๆ
ไม่ใช่วัตถุ
แต่ทุกวันนี้สิ่งที่เราพยายามค้นหาคือ เงิน
เงิน สิ่งซึ่งทำแทบทุกสิ่งมาสู่เรา
"ทุกสิ่ง" ยกเว้น "คุณค่า"
นั่นทำให้รสชาติของอาหารของพวกเรา
อ่อนเสียจนเราค่อยๆขยับออกห่างจาก
ความเป็นคน
กลายเป็นเพียง สัตว์สังคม ที่บริโภคมูลค่าเป็นอาหาร
.....อย่างสมบูรณ์
---------------------------------------------------------
Dot...space(สำนึกอันน้อยนิดของความเป็นคนที่ยังหลงเหลือ) 11 enero บันทึกความรู้สึก 15 : ความสุขของซาลาเบิมวันสองวันนี้ได้มีโอกาส ใช้ชีวิตแบบช้าๆๆ
และไม่น่าเชื่อว่า มันจะมีพลังมากมายขนาดนี้
...................................................................
เอาหล่ะ
เริ่มจากเมื่อวันก่อนอยากกิน ราดหน้าหมี่กรอบมากๆ
เพราะปรกติกินที่คณะหมี่มันไม่เคยจะกรอบเลย
เลยกะจะไปกินราดหน้าที่แยกเกษตร
จำได้ว่ามันเปิดเย็นๆ
เลยออกไปตอนสี่โมง
ปรากฏว่าเค้าพึ่งจะมาจัดของเตรียมเปิดร้าน
ก็เลยเลยตามเลย รอก็รอ ไม่รีบ
ยืนดูเค้าค่อยๆเตรียมของ
แล้วก็มองไปรอบๆ เห็นเด็กคนนึงวิ่งไปด้านหน้า
เลยพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามันวันเด็กนี่หน่า
พอนึกขึ้นได้ แม่ของเด็กก็เดินตามมา
แม่ของเด็กคนนี้ ขาขาดไปข้างนึง
เด็กคนนั้นยิ้ม หันมาหาแม่พร้อมกับข้าวของเต็มมือ
ผมจึงยิ้ม
ให้กับอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เป็นพลังทำให้เกิดรอยยิ้ม
บนใบหน้าของเด็กคนนี้
บางอย่างซึ่งมาจากผู้หญิงคนนึง
ผมกวาดสายตาไปรอบๆเจอกลุ่มคนชายขอบสามคน
กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่เกาะกลางถนน พื้นที่ใต้สะพาน
ซึ่งเป็นเหมือนลานบ้านของพวกเค้า
ทั้งสามคนคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แม้ปัญหาชีวิตจะมากมายเพียงใด
แต่ทุกคนก็ยังมีรอยยิ้ม
ผมสัมผัสได้ถึงคำว่า สังคม ในที่นี้ไม่ใช่สังคมที่เรารู้จัก
หรือสังคมที่เราพยายามยัดเยียดมันให้พวกเค้า
แต่เป็นคำว่า สังคม ที่มีแต่คำว่า
มิตรภาพ ความเห็นอกเห็นใจ
ในฐานะเพื่อนร่วมโลก อย่างแท้จริง
ผมหยุดยิ้มไม่ได้เลย
ผมมองย้อนกลับมาเจอร้านขายขนมจีนข้างทาง
คุณป้าดูมีความสุขทุกครั้งที่มีคนเดินมาสั่งอาหาร
และจ่ายเงิน ผมเชื่อว่าคนไทยยังไม่ถึงขั้นที่ผู้คนจะขายอาหาร
ด้วยศิลปะและความตั้งใจ
แต่ผมเชื่อว่าอาหารที่เกิดจากการตั้งใจทำเพื่อการมีชีวิตอยู่
นั้นมีพลังอย่างมหาศาล มันคือการดิ้นรนที่น่ายกย่อง
และผมพร้อมจะตรงเข้าไปน้อมรับอาหารแห่งความสุขนั้นมา
อย่างไม่เสียดายเงินเลย
ผมมองไปมองมา จนในที่สุด ราดหน้าก็ผมก็ตั้งร้านเสร็จซักที
เวลาโดยรวม ผมยืนอยู่ตรงนั้น ประมาณสองชั่วโมงได้
เป็นสองชั่วโมงที่สั้น แต่ยาวนาน
เพียงเพราะผมไม่รีบร้อน
ความสุขยังตกค้างมาจนวันนี้
บ่ายวันนี้ผมนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
เพื่อออกมาจากมหาลัย
มีรถอีกคันขนาบข้างมา ท่าทางเป็นวัยรุ่น
ที่อยู่ชุมชนแออัดด้านหลังมหาลัย
ขี่รถหาเงิน คงไม่ได้เรียนโรงเรียนหรือมหาลัย
เค้ามาคุยกับคนขี่รถที่ผมซ้อน
เรื่องเด็ก แล้วก็พ่อของเด็ก
คนขับรถเล่าให้ผมฟังโดยรวมว่า
มีพ่อตามหาลูก ลูกหายตัวไปหลายเดือน
จึงเอาประกาศมาติดตามหาตัวลูก
แล้วชายหนุ่มวัยรุ่นคนเมื่อกี้ก็ไปเจอ
เลยไปบอกพ่อเค้าให้มารับกลับ ให้มารับกลับไปเรียนหนังสือ
คือเด็กคนนั้นหน่ะ ติดเกม เลยหนีออกจากบ้านมา
เล่นแต่เกม อยู่ร้านเกม
ผมฟัง แต่ความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่เด็กและพ่อของเด็ก
ผมรู้สึกดีกับคนขี่มอเตอร์ไซด์สองคนนี้ แม้ดูจากท่าทางแล้ว
เค้าจะไม่มีการศึกษาสูงๆ แต่เค้าก็ยังเป็นห่วงคนอื่น
และเห็นความสำคัญของการศึกษา
ผมขอบคุณข้างในใจ
ขอบคุณจากใจจริงแทนคนอื่นอีกมากมาย
ที่ไม่ได้รู้จักพวกคุณ
ปิดท้ายด้วยก่อนกลับมาถึงบ้าน
ผมหยุดซื้อส้มตำที่หน้าปากซอย
เจอเด็กผู้หญิงคนนึง แต่งตัวเกินวัยมากๆ
แต่งหน้า ทาปาก ย้อมผม เสื้อผ้านี่แบบวัยรุ่นมาก
มารอซื้อข้าวเหนียว กับตับย่าง
เค้าก็คุยกับคนขายส้มตำ
อารมณ์แบบสนิทๆกันอยู่แล้วอ่ะแหละ
ว่าเนี่ย เค้ามาย้อมผม
มาย้อมเป็นสีดำ ก่อนหน้านี้สีทอง
พ่อชอบให้เป็นสีดำมากกว่า
เห็นว่าเป็นวันเด็กก็เลย มาย้อมให้พ่อ
ให้พ่อดีใจ
ไม่น่าเชื่อว่า
ถึงเด็กคนนี้จะถูกกลืนไปตามสภาพสังคมและวัตถุนิยม
แต่สิ่งที่มันมีอิทธิพลมากที่สุด ก็ยังเป็นครอบครัว
อยากให้พ่อแม่แต่ละคนรู้จักลูกของตัวเองให้ดี
ก่อนจะว่าโน่น ด่านี่ หรือไม่พอใจที่ลูกทำตัวไปในทางที่ไม่ดี
ไม่งั้นกราฟฟิกมันจะบดบังเราจากความจริง
และทำให้เราและคนอื่นๆรู้สึกแย่ไปตามๆกัน
ความจริงแล้วความสุขมันหาได้ง่ายมากๆ
แค่เราลองอยู่กับตัวเอง ทำตัวเองให้ไม่เร่งรีบ
สนใจชีวิตของคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเอง
สนใจที่จะมีความสุขกับชีวิตบ้าง
ไม่ใช่วนเวียนอยู่แต่เรื่องความรัก
คนบางคนแยกชีวิตกับความรักไม่ค่อยออก
เอาตัวเองไปผูกติดกับชีวิตคนอื่น
คุณลองอยู่กับตัวเองให้เป็นสุขดู
แล้วคนอื่นๆที่อยู่รอบๆตัวคุณ
เค้าจะได้รับความสุข
เช่นกัน....
-----------------------------------------------------------
Dot...space(ในวันที่ผมอยู่คนเดียว) |
|
|